ในนิพพาน มีจิตตั้งมั่นดีแล้วในภายใน คือเมื่อเดินก็มี
จิตตั้งมั่น เมื่อยืนก็มีจิตตั้งมั่น นอนก็มีจิตตั้งมั่น แม้เมื่อ
นั่งก็มีจิตตั้งมั่น เป็นผู้สำรวมในที่ทั้งปวง อันนี้คือสมบัติ
ของช้างตัวประเสริฐคือพระพุทธเจ้า ช้างตัวประเสริฐคือ
พระพุทธเจ้านั้นบริโภคของอันหาโทษมิได้ ไม่บริโภคของ
ที่มีโทษ ได้อาหารและเครื่องนุ่งห่มแล้ว ก็ไม่สั่งสมไว้
ตัดเครื่องเกาะเกี่ยวผูกพันน้อยใหญ่ทั้งสิ้น ไม่มีความห่วง
ใยเลย เที่ยวไปในที่ทุกหนทุกแห่ง เปรียบเหมือนดอกบัว
ขาบ มีกลิ่นหอมหวลชวนให้รื่นรมย์ เกิดในน้ำ เจริญใน
น้ำ ย่อมไม่ติดอยู่ด้วยน้ำฉันใด พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ
แล้วในโลก อยู่ในโลก ไม่ติดอยู่ด้วยโลก เหมือนดอก
ปทุมไม่ติดอยู่ด้วยน้ำ ฉันนั้น ไฟกองใหญ่ลุกโชน เมื่อ
หมดเชื้อก็ดับไป ก็เมื่อเถ้ายังมีอยู่เขาเรียกกันว่า ไฟดับ
แล้วฉันใด อุปมาอันทำให้รู้เนื้อความแจ่มแจ้งนี้ วิญญูชน
ทั้งหลายแสดงไว้แล้ว ก็ฉันนั้น พระมหานาคทั้งหลาย
จักรู้แจ้งนาคด้วยนาคอันพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว พระ-
พุทธนาคผู้ปราศจากราคะ โทสะ และโมหะ หมดอาสวะ
เมื่อละสรีระร่างกายนี้แล้ว ก็จักไม่มีอาสวะปรินิพพาน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มนุสฺสภูตํ ความว่า เป็นคือบังเกิดใน
มนุษย์ หรือถึงอัตภาพมนุษย์. จริงอยู่พระศาสดา แม้ทรงพ้นจากคติ
ทั้งปวง ด้วยทรงบรรลุอาสวักขยญาณ เขาก็เรียกว่ามนุษย์เหมือนกัน ด้วย
อำนาจที่พระองค์ทรงถือปฏิสนธิในภพสุดท้าย ก็พระองค์เป็นเทพยิ่งกว่า