Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 9

เล่ม มมร. 53 หน้า 9 ข้อ 385
พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวคาถานี้ไว้ว่า โจรทั้งหลายได้ฟังคำนั้นของท่านอันน่าอัศจรรย์ ทำให้ ขนลุกชูชัน ดังนั้นแล้ว จึงพากันวางศัสตราวุธแล้วกล่าวคำนี้. เบื้องหน้าแต่นี้ไป ๓ คาถา เป็นคาถาถามพวกโจร และคาถาตอบ ของพระเถระ พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายได้กล่าวเป็นคาถาไว้ดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ความไม่เศร้าโศกที่ท่านได้นี้ เพราะท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ หรือใครเป็นอาจารย์ของ ท่าน หรือเพราะอาศัยคำสั่งสอนของใคร. พระศาสดาผู้เป็นสัพพัญญูรู้เห็นธรรมทั้งปวง ชนะ หมู่มาร มีพระกรุณาใหญ่ ผู้รักษาพยาบาลชาวโลกทั้ง ปวง เป็นอาจารย์ของเรา ธรรมเครื่องให้ถึงความสิ้น อาสนะอันยอดเยี่ยมนี้ พระองค์ทรงแสดงไว้แล้ว ความ ไม่เศร้าโศก เราได้เพราะอาศัยคำสั่งสอนของพระองค์. พวกโจรฟังถ้อยคำอันเป็นสุภาษิตของพระเถระผู้เป็น ฤาษีแล้ว พากันวางศัสตราและอาวุธ บางพวกงดเว้น จากโจรกรรม บางพวกก็ขอบรรพชา โจรเหล่านั้นครั้น ได้บรรพชาในศาสนาของพระสุคตแล้ว ได้เจริญโพช- ฌงค์และพลธรรม เป็นบัณฑิต มีจิตเฟื่องฟู เบิกบาน มี อินทรีย์อันอบรมดีแล้ว ได้บรรลุสันตบท คือพระนิพพาน อันหาปัจจัยปรุงแต่งมิได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นตฺถิ เจตสิกํ ทุกฺขํ อนเปกฺขสฺส คามณิ ความว่า ดูก่อนนายโจร ทุกข์ทางใจคือความโทมนัส ดุจน้ำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka