พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวคาถานี้ไว้ว่า
โจรทั้งหลายได้ฟังคำนั้นของท่านอันน่าอัศจรรย์ ทำให้
ขนลุกชูชัน ดังนั้นแล้ว จึงพากันวางศัสตราวุธแล้วกล่าวคำนี้.
เบื้องหน้าแต่นี้ไป ๓ คาถา เป็นคาถาถามพวกโจร และคาถาตอบ
ของพระเถระ พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายได้กล่าวเป็นคาถาไว้ดังนี้ว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ความไม่เศร้าโศกที่ท่านได้นี้
เพราะท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ หรือใครเป็นอาจารย์ของ
ท่าน หรือเพราะอาศัยคำสั่งสอนของใคร.
พระศาสดาผู้เป็นสัพพัญญูรู้เห็นธรรมทั้งปวง ชนะ
หมู่มาร มีพระกรุณาใหญ่ ผู้รักษาพยาบาลชาวโลกทั้ง
ปวง เป็นอาจารย์ของเรา ธรรมเครื่องให้ถึงความสิ้น
อาสนะอันยอดเยี่ยมนี้ พระองค์ทรงแสดงไว้แล้ว ความ
ไม่เศร้าโศก เราได้เพราะอาศัยคำสั่งสอนของพระองค์.
พวกโจรฟังถ้อยคำอันเป็นสุภาษิตของพระเถระผู้เป็น
ฤาษีแล้ว พากันวางศัสตราและอาวุธ บางพวกงดเว้น
จากโจรกรรม บางพวกก็ขอบรรพชา โจรเหล่านั้นครั้น
ได้บรรพชาในศาสนาของพระสุคตแล้ว ได้เจริญโพช-
ฌงค์และพลธรรม เป็นบัณฑิต มีจิตเฟื่องฟู เบิกบาน มี
อินทรีย์อันอบรมดีแล้ว ได้บรรลุสันตบท คือพระนิพพาน
อันหาปัจจัยปรุงแต่งมิได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นตฺถิ เจตสิกํ ทุกฺขํ อนเปกฺขสฺส
คามณิ ความว่า ดูก่อนนายโจร ทุกข์ทางใจคือความโทมนัส ดุจน้ำ