เหลืองมีโลหิตเป็นสภาวะ ย่อมไม่มีแก่คนเช่นเรา ชื่อว่าผู้ไม่มีความห่วง
ใย เพราะไม่มีความห่วงใยคือตัณหา, พระเถระกล่าวถึงความไม่มีความ
กลัว โดยอ้างถึงความไม่มีโทมนัส ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ความ
กลัวทั้งปวงเราล่วงพ้นได้แล้ว
บทว่า อติกฺกนฺตา ภยา สพฺเพ ความว่า มหาภัย ๒๕ ประการ
และภัยอื่นแม้ทั้งหมด พระอรหันต์ผู้สิ้นสังโยชน์ก้าวล่วงแล้ว คือล่วงพ้น
แล้วเด็ดขาด อธิบายว่า ไปปราศแล้ว.
บทว่า ทิฏฺเ ธมฺเม ยถาตเถ ความว่า ธรรมคือสัจจะทั้ง ๔
เราเห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญาอันสัมปยุตด้วยมรรค โดยการกำหนด
รู้การละ การทำให้แจ้ง และการอบรม.
บทว่า มรเณ ได้แก่ เพราะความตายเป็นเหตุ.
บทว่า ภารนิกฺเขปเน ยถา ความว่า บุรุษไรๆ ปลดเปลื้องภาระ
หนักมากที่เทินไว้บนศีรษะ ย่อมไม่กลัว เพราะปลงคือวางภาระนั้นเสีย
ฉันใด ข้ออุปไมยนี้ก็ฉันนั้น. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
เบญจขันธ์เป็นภาระหนัก ก็บุคคลเป็นผู้นำภาระไป
การยึดถือเอาภาระไว้เป็นทุกข์ในโลก การปลงภาระเสีย
ได้เป็นสุข ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุจิณฺณํ ได้แก่ ประพฤติดีอีกแล้ว
บทว่า พฺรหฺมจริยํ ได้แก่ ศาสนพรหมจรรย์อันสงเคราะห์ในสิกขา ๓.
เพราะเหตุนั้นแหละ แม้มรรคเราก็อบรมดีแล้ว คือ แม้อริยมรรคอัน
ประกอบด้วยองค์ ๘ เราก็อบรมไว้โดยชอบทีเดียว.
บทว่า โรคานมิว สงฺขเย ความว่า คนเช่นเราย่อมไม่มีความ