เสื่อมเสียทรัพย์สมบัติ กิจนั้นของบุคคลนั้น ประกอบด้วยความยินดีใน
กาม ไม่ประกอบด้วยประโยชน์เป็นกิจเลวทรามโดยส่วนเดียว.
โดยนัยตรงกันข้ามกันกิจที่ไม่มีประโยชน์นั้น ท่านจึงประกาศความ
ที่ความยินดีในธรรม เป็นความยินดีอย่างสูงสุด โดยส่วนเดียวแท้จริง.
บัดนี้ เมื่อจะประกาศการปิดกั้นอินทรีย์ที่ท่านกล่าวไว้ว่า บุคคลใด
สามารถทำการปิดกั้นอินทรีย์เหล่านั้น ดังนี้ พร้อมด้วยอุบาย จึงกล่าวคำ
มีอาทิว่า บุคคลผู้มีกำลัง เมื่อจะผ่าไม้ย่อมตอกลิ่มด้วยลิ่มฉันใด ดังนี้.
ช่างถากไม้ผู้มีกำลัง คือผู้ประกอบด้วยกำลังกาย และกำลังความรู้
ประสงค์จะเอาลิ่มที่ติดอยู่ในท่อนไม้ออก จึงตอกลิ่มที่แข็งกว่าลิ่มนั้น จึง
จะนำออกจากท่อนไม้นั้นได้ฉันใด ภิกษุผู้ฉลาดก็ฉันนั้น ประสงค์จะสกัด
อินทรีย์มีจักษุเป็นต้นด้วยกำลังแห่งวิปัสสนา ก็ย่อมสกัดด้วยอินทรีย์นั่น
เอง.
เพื่อจะหลีกเลี่ยงคำถามว่า สกัดด้วยอินทรีย์เหล่าไหน ? จึงกล่าว
คำมีอาทิว่า สทฺธํ อินทรีย์คือศรัทธา ดังนี้.
คำนั้นมี อธิบายว่า ภิกษุอบรม คือเจริญอินทรีย์ ๕ อันเป็นเครื่อง
บ่มวิมุตติแม้นี้ คือศรัทธามีลักษณะน้อมใจเชื่อ, ความเพียรมีลักษณะ
ประคองไว้, สมาธิมีลักษณะไม่ฟุ้งซ่าน, สติมีลักษณะปรากฏ. ปัญญามี
ลักษณะเห็น จึงกำจัด อินทรีย์มีจักษุเป็นต้น ด้วยอินทรีย์ ๕ เหล่านี้
โดยกำจัดความเป็นทวารแห่งการเกิดกิเลส มีความยินดีและความขัดเคือง
เป็นต้น แล้วตัดได้เด็ดขาดซึ่งกิเลสทั้งหลาย อันเป็นที่อาศัยแห่งอินทรีย์นั้น
ด้วยอริยมรรค แต่นั้นนั่นแล เป็นพราหมณ์ผู้ไม่มีทุกข์ คือหมดทุกข์
ย่อมเข้าถึงอนุปาทิเสสปรินิพพานทีเดียว.