เสลพราหมณ์กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้ พา
กันประฌมอัญชลีทูลขอบรรพชาว่า ข้าพระองค์ทั้งหลาย
จักประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระองค์ พระเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด พรหมจรรย์เรากล่าว
ดีแล้ว อันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล
เพราะการบวชในศาสนานี้ ไม่ไร้ผลแก่บุคคลผู้ไม่ประ-
มาทศึกษาอยู่.
ครั้นพระเสลเถระได้บรรลุอรหัตแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า เมื่อจะประกาศอรหัตผลที่ตนได้บรรลุ จึงกล่าวคาถา ๔ คาถา
ความว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระจักษุ นับแต่วันที่
ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงสรณคมน์ล่วงไปแล้วได้ ๗ วัน ครบ
๘ วันเข้าวันนี้ ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นผู้มีอินทรีย์อันฝึก
แล้ว ในศาสนาของพระองค์ พระองค์เป็นผู้ตื่นแล้วและ
ยังทรงปลุกผู้อื่นให้ตื่นได้อีกด้วย พระองค์เป็นครูผู้สั่งสอน
แก่ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นจอนปราชญ์ ทรง
ครอบงำมารและเสนามาร ทรงตัดอนุสัยได้แล้ว ทรง
ข้ามห้วงแห่งสังสารวัฏได้แล้ว ทรงยังหมู่สัตว์นี้ให้ข้าม
ห้วงแห่งสังสารวัฏได้ด้วย ทรงก้าวล่วงอุปธิได้แล้ว ทรง
ทำลายอาสวะทั้งหลายได้แล้ว ทรงเป็นผู้ไม่มีความยึดมั่น