Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 94

เล่ม มมร. 53 หน้า 94 ข้อ 390
เสลพราหมณ์กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้ พา กันประฌมอัญชลีทูลขอบรรพชาว่า ข้าพระองค์ทั้งหลาย จักประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระองค์ พระเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด พรหมจรรย์เรากล่าว ดีแล้ว อันผู้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เพราะการบวชในศาสนานี้ ไม่ไร้ผลแก่บุคคลผู้ไม่ประ- มาทศึกษาอยู่. ครั้นพระเสลเถระได้บรรลุอรหัตแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า เมื่อจะประกาศอรหัตผลที่ตนได้บรรลุ จึงกล่าวคาถา ๔ คาถา ความว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระจักษุ นับแต่วันที่ ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงสรณคมน์ล่วงไปแล้วได้ ๗ วัน ครบ ๘ วันเข้าวันนี้ ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นผู้มีอินทรีย์อันฝึก แล้ว ในศาสนาของพระองค์ พระองค์เป็นผู้ตื่นแล้วและ ยังทรงปลุกผู้อื่นให้ตื่นได้อีกด้วย พระองค์เป็นครูผู้สั่งสอน แก่ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นจอนปราชญ์ ทรง ครอบงำมารและเสนามาร ทรงตัดอนุสัยได้แล้ว ทรง ข้ามห้วงแห่งสังสารวัฏได้แล้ว ทรงยังหมู่สัตว์นี้ให้ข้าม ห้วงแห่งสังสารวัฏได้ด้วย ทรงก้าวล่วงอุปธิได้แล้ว ทรง ทำลายอาสวะทั้งหลายได้แล้ว ทรงเป็นผู้ไม่มีความยึดมั่น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka