Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 105

เล่ม มมร. 53 หน้า 105 ข้อ 390
จริงอยู่ เพราะถือเอาวิชชาและวิมุตติโดยทุกประการ ด้วยศัพท์ว่า อภิญฺเยฺยํ อภิญฺาตํ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงความเป็น สัจจะทั้ง ๔ ซึ่งเป็นไปกับด้วยผล พร้อมทั้งเหตุสมบัติ จึงทรงประกาศ ความที่พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า โดยถูกต้องของพระองค์โดยญาณ โดย เหตุว่าเรารู้สิ่งทั้งปวงที่ควรรู้. จึงได้เป็นพระพุทธเจ้า. ครั้นทรงการทำพระองค์ให้ปรากฏโดยตรงอย่างนี้แล้ว เพื่อจะให้ ข้ามพ้นความเคลือบแคลงในพระองค์ เมื่อจะทรงทำพราหมณ์ให้เกิดความ อุตสาหะ จึงได้ตรัสพระคาถา ๓ คาถาว่า ดูก่อนพราหมณ์ ท่านจงนำความเคลือบแคลงในเรา ออกเสีย จงน้อมใจเชื่อเถิด เพราะการเห็นพระสัมมา- สัมพุทธเจ้าเนือง ๆ ที่ปรากฏขึ้นในโลก เป็นการหาได้ ยาก. ดูก่อนพราหมณ์ เราเป็นพระพุทธเจ้า เป็นหมอ ผ่าตัดลูกศรคือกิเลสชั้นเยี่ยม เราเป็นดังพรหม ล่วงพ้น การชั่งตวง เป็นผู้ย่ำยีมารและเสนามาร ทำผู้ที่มิใช่มิตร ทุกจำพวกไว้ในอำนาจได้ ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ เบิกบาน อยู่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วินยสฺสุ ได้แก่ ท่านจงนำออกเสีย คือ จงตัดเสีย. บทว่า กงฺขํ ได้แก่ ความลังเลใจ. บทว่า อธิมุจฺจสฺสุ ความว่า ท่านจงทำความน้อมใจเชื่อ คือจง เชื่อว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า. บทว่า ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพุทฺธานํ ความว่า เพราะโลกย่อม ว่างจากพระพุทธเจ้าตั้งอสงไขยกัป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka