จริงอยู่ เพราะถือเอาวิชชาและวิมุตติโดยทุกประการ ด้วยศัพท์ว่า
อภิญฺเยฺยํ อภิญฺาตํ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงความเป็น
สัจจะทั้ง ๔ ซึ่งเป็นไปกับด้วยผล พร้อมทั้งเหตุสมบัติ จึงทรงประกาศ
ความที่พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า โดยถูกต้องของพระองค์โดยญาณ โดย
เหตุว่าเรารู้สิ่งทั้งปวงที่ควรรู้. จึงได้เป็นพระพุทธเจ้า.
ครั้นทรงการทำพระองค์ให้ปรากฏโดยตรงอย่างนี้แล้ว เพื่อจะให้
ข้ามพ้นความเคลือบแคลงในพระองค์ เมื่อจะทรงทำพราหมณ์ให้เกิดความ
อุตสาหะ จึงได้ตรัสพระคาถา ๓ คาถาว่า
ดูก่อนพราหมณ์ ท่านจงนำความเคลือบแคลงในเรา
ออกเสีย จงน้อมใจเชื่อเถิด เพราะการเห็นพระสัมมา-
สัมพุทธเจ้าเนือง ๆ ที่ปรากฏขึ้นในโลก เป็นการหาได้
ยาก. ดูก่อนพราหมณ์ เราเป็นพระพุทธเจ้า เป็นหมอ
ผ่าตัดลูกศรคือกิเลสชั้นเยี่ยม เราเป็นดังพรหม ล่วงพ้น
การชั่งตวง เป็นผู้ย่ำยีมารและเสนามาร ทำผู้ที่มิใช่มิตร
ทุกจำพวกไว้ในอำนาจได้ ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ เบิกบาน
อยู่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วินยสฺสุ ได้แก่ ท่านจงนำออกเสีย คือ
จงตัดเสีย. บทว่า กงฺขํ ได้แก่ ความลังเลใจ.
บทว่า อธิมุจฺจสฺสุ ความว่า ท่านจงทำความน้อมใจเชื่อ คือจง
เชื่อว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.
บทว่า ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพุทฺธานํ ความว่า เพราะโลกย่อม
ว่างจากพระพุทธเจ้าตั้งอสงไขยกัป.