บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พาลา ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความ
เป็นคนพาล ไม่รู้จักประโยชน์โลกนี้และประโยชน์โลกหน้า.
บทว่า ทุมฺเมธิโน แปลว่า ผู้ไม่มีปัญญา, คนไม่มีปัญญาเหล่านั้น
ไม่เห็นโทษในความประมาท ประกอบตามความประมาทอยู่ คือยังความ
ประมาทให้ดำเนินไป ได้แก่ ทำกาลเวลาให้ล่วงเลยไปด้วยความประมาท
เท่านั้น.
บทว่า เมธาวี ความว่า ส่วนบัณฑิตประกอบด้วยปัญญามีโอชะอัน
เกิดแต่ธรรม ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์คือรัตนะ ๗
อันประเสริฐ คือสูงสุดอันเป็นของมีอยู่ในวงศ์ตระกูล. เหมือนอย่างว่า
ชนทั้งหลายเห็นอานิสงส์ในทรัพย์ว่า เราอาศัยอุดมทรัพย์ จักบรรลุ
โภคสมบัติ จักพอเลี้ยงลูกและเมีย จักชำระทางไปสู่สุคติ ย่อมรักษาทรัพย์
ไว้ฉันใด แม้บัณฑิตก็ฉันนั้น เห็นอานิสงส์ในความไม่ประมาทว่า เพราะ
อาศัยความไม่ประมาท เราจักได้เฉพาะปฐมฌานเป็นต้น จักบรรลุมรรคผล
จักยังวิชชา ๓ และอภิญญา ๖ ให้ถึงพร้อม ย่อมรักษาความไม่ประมาท
ไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐฉะนั้น.
บทว่า มา ปมาทํ ความว่า ท่านทั้งหลาย จงอย่าประกอบตามความ
ประมาท คืออย่ายังกาลให้ล่วงเลยไปด้วยความประมาท.
บทว่า กามรติสนฺถวํ ความว่า ท่านทั้งหลายจงอย่าประกอบตาม
คืออย่าประสบ อย่าได้เฉพาะแม้ตัณหาสันถวะ กล่าวคือความยินดีใน
วัตถุกามและกิเลสกามทั้งหลาย.
บทว่า อปฺปมตฺโต หิ ความว่า บุคคลผู้ไม่ชื่อว่าประมาท เพราะ