Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 151

เล่ม มมร. 53 หน้า 151 ข้อ 392
บทว่า มโหเฆน ได้แก่ ห้วงน้ำใหญ่ มีห้วงน้ำคือกามเป็นต้น, เราได้ถึง คือเข้าถึงพระพุทธเจ้าผู้ทรงการทำการตัดขาดห้วงน้ำนั้น เป็น สรณะที่พึ่ง ได้แก่สรณะคือพระพุทธเจ้า. บทว่า โลหิตปาณี ได้แก่ ผู้มีมือเปื้อนโลหิต คือเลือดของคน เหล่าอื่น โดยการทำสัตว์มีลมปราณให้ตกล่วงไป. ด้วยบทว่า สรณคมนํ ปสฺส นี้ พระเถระร้องเรียกเฉพาะตนเองว่า ท่านจงดูสรณคมน์ของเรา อันมีผลมาก. บทว่า ตาทิสํ กมฺมํ ได้แก่ กรรมชั่วอันทารุณเห็นปานนั้น มีการ ฆ่าคนหลายร้อย. บทว่า ผุฏฺโ กมฺมวิปาเกน ได้แก่ เป็นผู้อันวิบากของกรรมชั่ว ที่ทำไว้ในกาลก่อนถูกต้องแล้ว คือละกรรมได้สิ้นเชิง เสวยแต่เพียง วิบาก. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ผุฏฺโ กมฺมวิปาเกน ความว่า เป็นผู้อัน โลกุตรมรรคซึ่งเป็นผลแห่งกุศลกรรมอันเป็นอุปนิสัย หรืออันวิมุตติสุข อันเป็นผลของโลกุตรกรรมนั่นแหละ ถูกต้องแล้ว. เราชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีหนี้บริโภคโภชนะ เพราะกิเลสทั้งหลายสิ้นไป แล้วโดยประการทั้งปวง พระเถระพูดถึงปัจจัยทั้ง ๔ โดยอ้างโภชนะ. บัดนี้ พระเถระเมื่อจะสรรเสริญการปฏิบัติ ในความไม่ประมาทใน ภายหลัง โดยมุขคือการติเตียนการอยู่ด้วยความประมาทของตนในกาลก่อน และเมื่อจะทำความอุตสาหะของคนเหล่าอื่นให้เกิด ในความไม่ประมาทนั้น จึงได้กล่าวคาถามีอาทิว่า ประกอบตามความประมาท ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka