ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ก็ตรัสสรรเสริญภิกษุนั้นว่า
เป็นผู้หมดอาสวะ พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรง
ทราบความดำริของเราแล้ว เสด็จมาหาเรา ด้วยมโน-
มยิทธิทางกาย. เมื่อใด ความดำริได้มีแก่เรา เมื่อนั้น
พระพุทธเจ้าทรงทราบความดำริของเราแล้ว ได้เสด็จเข้า
มาหาเราด้วยพระฤทธิ์ แล้วทรงแสดงธรรมอันยิ่งแก่เรา
พระพุทธเจ้าผู้ทรงยินดีในธรรมเครื่องไม่เนิ่นช้า ได้ทรง
แสดงธรรมเครื่องไม่เนิ่นช้าแก่เรา เรารู้ทั่วถึงพระธรรม-
เทศนาของพระองค์แล้ว เป็นผู้ยินดีในพระศาสนา ปฏิบัติ
ตามคำพร่ำสอนอยู่ เราบรรลุวิชชา ๓ โดยลำดับ ได้ทำ
ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว เราถือการนั่ง
เป็นวัตรมาเป็นเวลา ๕๕ ปี เรากำจัดความง่วงเหงาหาว
นอนมาแล้วเป็นเวลา ๒๕ ปี ในเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ภิกษุทั้งหลายถามเราว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้วหรือยัง เราได้ตอบว่า
ลมหายใจออกและหายใจเข้ามิได้มีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้มีพระหฤทัยตั้งมั่นคงที่ แต่พระองค์ยังไม่ปรินิพพาน
ก่อน พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระจักษุ ผู้ไม่มีตัณหาเป็น
เครื่องทำใจให้หวั่นไหว ทรงทำนิพพานให้เป็นอารมณ์
คือเสด็จออกจากจตุตถฌานแล้ว จึงจะเสด็จปรินิพพาน
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอดกลั้นเวทนา ด้วยพระหฤหัย