เราถือการไม่นอนเป็นวัตรมาเป็นเวลา ๕๕ ปี เรากำจัด
ความง่วงเหงาหาวนอนมาแล้วเป็นเวลา ๒๕ ปี ในเวลา
ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ภิกษุ
ทั้งหลายถามเราว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว
หรือยัง เราได้ตอบว่า ลมหายใจออกและหายใจเข้า
มิได้มีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระหฤทัยตั้งมั่น ผู้คงที่
แต่พระองค์ยังไม่ปรินิพพานก่อน พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มี
พระจักษุ ผู้ไม่มีตัณหาเป็นเครื่องทำใจให้หวั่นไหว ทรง
ทำนิพพานให้เป็นอารมณ์ คือเสด็จออกจากจตุตถฌาน
แล้ว จึงจะเสด็จปรินิพพาน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
อดกลั้นเวทนาด้วยพระหฤทัยอันเบิกบาน ก็เมื่อพระผู้มี-
พระภาคเจ้า ผู้เป็นดวงประทีปของชาวโลกพร้อมเทวโลก
เสด็จดับขันธปรินิพพาน ความพ้นพิเศษแห่งพระหฤทัย
ได้มีขึ้นแล้ว บัดนี้ ธรรมเหล่านี้อันมีสัมผัสเป็นที่ ๕ ของ
พระมหามุนี ได้สิ้นสุดลงแล้ว ในเมื่อพระสัมมาสัมพุทธ-
เจ้า เสด็จปรินิพพานแล้ว จิตและเจตสิกธรรมเหล่าอื่น
จักไม่มีอีกต่อไป. ดูก่อนเทวดา บัดนี้การอยู่อีกต่อไป
ด้วยอำนาจการอุบัติในเทพนิกายย่อมไม่มี ชาติสงสาร
สิ้นไปแล้ว บัดนี้การเกิดในภพใหม่มิได้มี. ภิกษุใดรู้แจ้ง
มนุษยโลก เทวโลกพร้อมทั้งพรหมโลก อันมีประเภท
ตั้งพันได้ในเวลาครู่เดียว ทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญในคุณ คือ
อิทธิฤทธิ์ และในการจุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย