Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 179

เล่ม มมร. 53 หน้า 179 ข้อ 393
คือความเป็นมนุษย์ของสัตว์เหล่านั้น และความเป็นประการอื่นจากความ เป็นมนุษย์นั้น และความเป็นเดียรัจฉานโดยประการอื่น. พระเถระเมื่อ จะแสดงว่า ความรู้นี้นั้นแม้ทั้งหมดย่อมมี ในเมื่อสมาธิอันประกอบด้วย องค์ ๕ ถึงพร้อม จึงกล่าวว่า ดำรงอยู่ในฌานอันประกอบด้วยองค์ ๕. ในคำนั้นมีอธิบายว่า เราเป็นผู้ดำรงคือประดิษฐานอยู่ในฌานอันประกอบ ด้วยองค์ ๕ นั้น จึงรู้อย่างนี้. พระเถระครั้นแสดงวิชชา ๓ อย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงวิชชาที่ ๓ พร้อมทั้งความสำเร็จแห่งกิจ แม้ที่ได้แสดงไว้แล้วในครั้งก่อน โดย ประสงค์เอาวิชชา ๓ นั้น จงกล่าวคาถา ๒ คาถาโดยนัยมีอาทิว่า พระ- ศาสดาเราคุ้นเคยแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วชฺชีนํ เวฬุวคาเม ได้แก่ ในเวฬุว- คามแห่งแคว้นวัชชี คือในเวฬุวคามซึ่งเป็นที่เข้าจำพรรษาครั้งสุดท้าย ในแคว้นวัชชี. บทว่า เหฏฺโต เวฬุคุมฺพสฺมึ ได้แก่ ในภายใต้พุ่มไผ่ พุ่มหนึ่งในเวฬุวคามนั้น. บทว่า นิพฺพายิสฺสํ แปลว่า เราจักนิพพาน อธิบายว่า เราจักปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ. จบอรรถกถาอนุรุทธเถรคาถาที่ ๙
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka