Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 181

เล่ม มมร. 53 หน้า 181 ข้อ 394
ประโยชน์ของตนแลผู้อื่น เพราะเหตุนั้น ภิกษุแต่ปางก่อน เป็นผู้มีข้อปฏิบัติในการก้าวไปข้างหน้า ถอยกลับ การ บริโภคปัจจัย การซ่องเสพโคจร และมีอิริยาบถละมุน ละไม ก่อให้เกิดความเลื่อมใส เหมือนสายน้ำมันไหล ออกไม่ขาดสายฉะนั้น บัดนี้ ท่านเหล่านั้น สิ้นอาสวะ ทั้งปวงแล้ว มักเจริญฌานเป็นอันมาก ประกอบแล้วด้วย ฌานใหญ่ เป็นพระเถระผู้มั่นคงพากันนิพพานไปเสีย หมดแล้ว บัดนี้ ท่านเช่นนั้นเหลืออยู่น้อยเต็มที. เพราะ ความสิ้นไปแห่งกุศลธรรมและปัญญา คำสั่งสอนของ พระชินเจ้า อันประกอบแล้วด้วยอาการอันประเสริฐทุก อย่าง จะสิ้นไปในเวลาที่ธรรมทั้งหลายอันลามก และ กิเลสทั้งหลายเป็นไปอยู่. ภิกษุเหล่าใดปรารถนาความ เพียรเพื่อความสงัด ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้มีพระสัท- ธรรมที่เหลือเป็นข้อปฏิบัติ กิเลสเหล่านี้เจริญงอกงาม ขึ้น ย่อมครอบงำคนเป็นอันมากไว้ในอำนาจ ดังจะเล่น กับพวกคนพาล เหมือนปิศาจเข้าสิงทำคนให้เป็นบ้า เพ้อ คลั่งอยู่ฉะนั้น นรชนเหล่านั้นถูกกิเลสครอบงำ ท่องเที่ยว ไป ๆ มา ๆ ตามส่วนแห่งอารมณ์นั้น ๆ ในกิเลสวัตถุ ดุจ ในการโฆษณาที่มีสงครามฉะนั้น. พากันละทิ้งพระสัท- ธรรม ทำการทะเลาะซึ่งกันและกัน ยึดถือตามความเห็น ของตน สำคัญสิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ นรชนทั้งหลายที่ละ ทิ้งทรัพย์สมบัติ บุตรและภรรยา ออกบวชแล้ว พากันทำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka