Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 491

<< | หน้าที่ 491 | >>
๑๐. ปาราปริยเถรคาถา


ภาษิตของพระปาราปริยเถระ


(พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายรจนาคาถานี้ว่า)

{๓๙๔} [๙๒๐] พระปาราปริยเถระผู้เป็นสมณะ

มีจิตแน่วแน่เป็นอารมณ์เดียว

ชอบสงัด นั่งเจริญฌานอยู่ในป่าใหญ่

ในฤดูดอกไม้ผลิ ได้มีความคิดว่า

[๙๒๑] เมื่อพระโลกนาถซึ่งเป็นบุรุษผู้สูงสุด ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่

ความประพฤติของภิกษุทั้งหลายได้เป็นอย่างหนึ่ง

บัดนี้ เมื่อพระองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว

ย่อมปรากฏเป็นอีกอย่างหนึ่ง

[๙๒๒] ภิกษุทั้งหลายแต่ปางก่อน สันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้

ได้นุ่งห่มผ้าเป็นปริมณฑลเพียงเพื่อจะป้องกันความหนาวความ

ร้อนและลม ปกปิดอวัยวะที่จะให้เกิดความละอายเท่านั้น

[๙๒๓] ได้ขบฉันอาหารประณีตก็ตาม เศร้าหมองก็ตาม

น้อยก็ตาม มากก็ตาม เพียงเพื่อยังอัตภาพให้เป็นไปได้ ไม่ติด

ไม่พัวพัน

[๙๒๔] ไม่ได้ขวนขวายจนเกินไปในยาแก้ไข้

ซึ่งเป็นบริขารเครื่องรักษาชีวิต เหมือนขวนขวายในความสิ้นอาสวะ

[๙๒๕] พอกพูนวิเวก มุ่งแต่วิเวก

อยู่ในป่า โคนต้นไม้ ซอกเขา และถ้ำ

[๙๒๖] อ่อนน้อม มีศรัทธาตั้งมั่น เลี้ยงง่าย อ่อนโยน

มีใจไม่กระด้าง ไม่ปราศจากสติ ไม่ปากร้าย

ไฝ่คิดแต่ประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นเป็นสำคัญ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka