Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 189

เล่ม มมร. 53 หน้า 189 ข้อ 394
บัดนี้ เพื่อจะแสดงอาการที่ภิกษุทั้งหลายปฏิบัติ อย่างเมื่อพระศาสดา ทรงประพฤติอยู่ก่อนนั้น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า เพียงป้องกันความหนาว และลม ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มตฺตฏฺิยํ ความว่า การป้องกันหนาว และลมนั้นเป็นประมาณ คือเป็นประโยชน์. ภิกษุทั้งหลายใช้สอยจีวร กระทำให้เป็นเพียงป้องกันความหนาวและลมเท่านั้น คือเพียงปกปิดอวัยวะ ที่ให้เกิดความละอายเท่านั้น. อย่างไร ? คือเป็นผู้สันโดษปัจจัยตามมีตาม ได้ คือถึงความสันโดษในปัจจัยตามมีตามได้ คือตามที่ได้ จะเลวหรือ ประณีตก็ตาม. บทว่า ปณีตํ ได้แก่ ดียิ่ง คือระคนด้วยเนยใสเป็นต้น, ชื่อว่า เศร้าหมอง เพราะไม่มีความประณีตนั้น. บทว่า อปฺปํ ได้แก่ เพียง ๔-๕ คำเท่านั้น. บทว่า พหุํ ยาปนตฺถํ อภุญฺชึสุ ได้แก่ แม้เมื่อจะฉันอาหารมากอัน ประณีต ก็ฉันอาหารเพียงยังอัตภาพให้เป็นไปเท่านั้น. กว่านั้นไปก็ไม่ยินดี คือไม่ถึงกับยินดี. ไม่สยบ คือไม่พัวพันบริโภค เหมือนเจ้าของเกวียน ใช้น้ำมันหยอดเพลา และเหมือนคนมีบาดแผลใช้ยาทาแผลฉะนั้น. บทว่า ชีวิตานิ ปริกฺขาเร เภสชฺเช อถ ปจฺจเย ได้แก่ ปัจจัย คือคิลานปัจจัย กล่าวคือเภสัชอันเป็นบริขารเพื่อให้ชีวิตดำเนินไป. บทว่า ยถา เต ความว่า ภิกษุทั้งหลายแต่ปางก่อนนั้น เป็นผู้ ขวนขวาย คือเป็นผู้ประกอบในความสิ้นอาสวะฉันใด ภิกษุทั้งหลาย เหล่านั้นก็ฉันนั้น แม้ถูกโรคครอบงำ ก็ไม่เป็นผู้ขวนขวายมากเกินไปใน คิลานปัจจัย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka