Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 194

เล่ม มมร. 53 หน้า 194 ข้อ 394
แก้วมณี และแก้วมุกดาเป็นต้นแล้ว แล้วโฆษณาให้อยากได้อย่างนี้ว่า เงินและทองเป็นต้นใด ๆ อยู่ในมือของคนใด ๆ เงินและทองเป็นต้นนั้น ๆ จงเป็นของคนนั้น ๆ เถิด ดังนี้ ชื่อว่าการโฆษณาที่มีการสงคราม. ใน ข้อนั้น มีอธิบายดังนี้ :- ภิกษุปุถุชนผู้เป็นคนพาลทั้งหลายนั้น ถูกกิเลสนั้น ๆ ครอบงำ แล่น ไป คือถึงการอยู่ตามส่วนแห่งอารมณ์นั้น ๆ ในกิเลสและกิเลสวัตถุทั้งหลาย เหมือนในสถานที่มีสงคราม อันมารผู้มีกิเลสเป็นเสนาบดีโฆษณาว่า กิเลส ตัวใด ๆ จับสัตว์ใด ๆ ครอบงำได้ สัตว์นั้นๆ จงเป็นของกิเลสตัวนั้น ๆ. เพื่อเลี่ยงคำถามที่ว่า ภิกษุเหล่านั้นแล่นไปอย่างนี้ ย่อมกระทำ อะไร ? จึงเฉลยว่า พากันละทิ้งพระสัทธรรม ทำการทะเลาะกัน แลกัน. คำนั้นมีอธิบายว่า ละทิ้งปฏิบัติสัทธรรมเสียแล้วทะเลาะ คือทำการ ทะเลาะกันแลกัน เพราะมีเกสรคืออามิสเป็นเหตุ. บทว่า ทิฏฺิคตานิ ความว่า เป็นไปตาม คือไปตามทิฏฐิ คือการ ยึดถือผิดมีอาทิอย่างนี้ว่า มีเพียงวิญญาณเท่านั้น รูปธรรมไม่มี และว่า ชื่อว่าบุคคลโดยปรมัตถ์ไม่มีฉันใด แม้สภาวธรรมทั้งหลายก็ฉันนั้น ว่าโดย ปรมัตถ์ย่อมไม่มี มีเพียงโวหารคือชื่อเท่านั้น ย่อมสำคัญว่า นี้ประเสริฐ คือสิ่งนี้เท่านั้นประเสริฐ อย่างอื่นผิด. บทว่า นิคฺคตา แปลว่า ออกจากเรือน. บทว่า กฏจฺฉุภิกฺขเหตฺปิ แปลว่า แม้มีภิกษาหารเพียงทัพพีเดียว เป็นเหตุ. ภิกษุทั้งหลายย่อมซ่องเสพ คือกระทำสิ่งที่มิใช่กิจ คือกรรมที่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka