บทว่า อญฺชนกฺขิ กา ได้แก่ มีนัยน์ตาอันหยอดแล้ว ด้วยการหยอด
เพื่อประดับตกแต่ง.
บทว่า รถิยาย คมิสฺสนติ ความว่า สัญจรไปข้างโน้นข้างนี้ ตาม
ถิ่นที่จะเข้าไปสู่สกุล ที่เป็นตรอกน้อยใหญ่ เพื่อภิกษาจาร.
บทว่า ทนฺตวณฺณิกปารุตา ได้แก่ มีร่างกายอันคลุมด้วยจีวร ที่
ย้อมด้วยสีงา.
บทว่า อเชคุจฺฉํ ได้แก่ พึงพากันเกลียดชัง. บทว่า วิมุตฺเตหิ
ได้แก่ พระอริยเจ้าทั้งหลาย.
บทว่า สุรตฺตํ ความว่า จักพากันเกลียดชังผ้ากาสาวะ อันเป็นธงชัย
ของพระอรหันต์ ที่ย้อมแล้วด้วยดี ด้วยเครื่องย้อมอันสมควร เพราะ
พระอรหันต์ทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น เคยประพฤติมาแล้ว. เพราะ
เหตุไร ? เพราะพอใจแต่ในผ้าขาว ๆ คือถึงความพอใจยินดี. จริงอยู่
คำนี้เป็นเหตุของการคลุมร่างกายด้วยผ้าสีงา. ก็ภิกษุเหล่านั้น เมื่อพากัน
ยินดีพอใจผ้าสีขาว ย่อมนุ่งห่มผ้าสีงา เป็นเหตุให้รู้ว่า เมื่อยึดถือผ้าสีขาว
ตลอดกาล ก็เป็นเพียงดังสละเพศฉะนั้น.
บทว่า ลาภกามา ได้แก่ มีความยินดีแต่ในลาภผล. ชื่อว่า เป็น
คนเกียจคร้าน เพราะประกอบแต่ความเกียจคร้าน แม้ในการประพฤติ
เที่ยวไปเพื่อภิกษา.
ชื่อว่า เป็นผู้มีความเพียรเลวทราม เพราะไม่มีจิตคิดอุตสาหะเพื่อ
บำเพ็ญสมณธรรม.
บทว่า กิจฺฉนฺตา ได้แก่ มีความลำบาก, อธิบายว่า ลำบาก คือ
ลำบากใจ เพื่อจะอยู่ในป่าอันสงัด.