บทว่า วิพฺภนฺตจิตฺโต ได้แก่ ผู้มีจิตฟุ้งซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ
มีรูปารมณ์เป็นต้น. บทว่า นิสฺสุกฺโก ได้แก่ ไม่ขวนขวาย คือปราศจาก.
ธรรมฝ่ายขาว เว้นจากหิริโอตตัปปะ, หรือปราศจากการขวนขวายในการ
บำเพ็ญกุศลธรรมให้ถึงพร้อม.
บทว่า วีตราโค คือมีฉันทราคะไปปราศแล้ว. บทว่า โอทาตมน-
สงฺกปฺโป ได้แก่ มีความตรึกในใจสะอาดและบริสุทธิ์ หรือมีความดำริ
อันไม่ชุ่นมัว.
บทว่า กาสาวํ กึ กริสฺสติ ความว่า ผู้ใดไม่มีศีล, ผ้ากาสาวะจัก
สำเร็จประโยชน์แก่ผู้นั้นได้อย่างไรเล่า, คือเพศบรรพชิตของเขาจะเป็น
เช่นกับถูกแต่งให้วิจิตรภายนอกฉะนั้น.
บทว่า ทุฏฺิจิตฺตา ได้แก่ ผู้มีจิตถูกโทษแห่งกิเลสมีราคะเป็นต้น
ประทุษร้ายแล้ว. บทว่า อนาทรา ได้แก่ จักเป็นผู้ปราศจากความเอื้อเฟื้อ
คือไม่มีความเคารพ ในพระศาสดา ในพระธรรม และในกันและกัน
(ในพระสงฆ์).
บทว่า ตาทีนํ เมตฺตจิตฺตานํ ความว่า ผู้มีหัวใจประกอบพร้อม
แล้วด้วยเมตตาภาวนา บรรลุถึงความเป็นผู้คงที่ ในอารมณ์มีอิฏฐารมณ์
เป็นต้น มีคุณอันโอฬาร เพราะบรรลุพระอรหัตนั้นนั่นแล. ก็คำทั้งสอง
นี้ เป็นฉัฏฐีวิภัตติ ใช้ลงในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ.
บทว่า นิคฺคณฺหิสสนฺติ ความว่า ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ถูกเบียด-
เบียนแล้ว ก็จักหลีกไปโดยประการใด จักถูกเบียดเบียนโดยประการนั้น
ด้วยความไม่เคารพและความกลัวในตนว่า ภิกษุทั้งหลายเห็นผู้สมบูรณ์
ด้วยศีลเป็นต้นแล้ว เมื่อจะทำการยกย่อง จักไม่สำคัญพวกเราผู้มีศีลวิบัติ
เป็นอันมาก.