Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 225

เล่ม มมร. 53 หน้า 225 ข้อ 395
บทว่า สิกฺขาเปนฺตาปิ ได้แก่ แม้ให้ศึกษาอยู่. จริงอยู่ บัดนี้ ท่าน แสดงเป็นกัตตุวาจก ลงในกรรมวาจก. บทว่า เถเรหิ ได้แก่ อันพระ- อาจารย์และอุปัชฌาย์ของตน. บทว่า จีวรธารณํ นี้ เป็นเพียงแสดงถึงข้อปฏิบัติของสมณะ ความว่า เพราะฉะนั้น จึงให้ศึกษาอยู่ โดยนัยเป็นต้นว่า เธอพึงก้าวไปอย่างนี้, เธอพึงถอยกลับอย่างนี้ ดังนี้. บทว่า น สุณิสฺสนฺติ ความว่า จักไม่ยอมรับฟังโอวาท. บทว่า เต ตถา สิกฺขิตา พาลา ความว่า ภิกษุพวกที่โง่เขลา เหล่านั้น แม้อาจารย์และพระอุปัชฌาย์ให้ศึกษาอยู่ ก็ไม่ยอมศึกษา เพราะ ไม่มีความเอื้อเฟื้อ. บทว่า นาทิยิสฺสนฺตุปชฺฌาเย ความว่า ไม่ยอมทำความเอื้อเฟื้อ ในพระอุปัชฌาย์และในพระอาจารย์ คือไม่ดำรงในคำสั่งสอนของพระ- อุปัชฌาย์เป็นต้นเหล่านั้น. ถามว่า เปรียบเหมือนอะไร ? เปรียบเหมือน ม้าพิการ ไม่เอื้อเฟื้อนายสารถีฉะนั้น. ความว่า ภิกษุแม้เหล่านั้น ย่อม ไม่กลัว คือไม่ยินดีในพระอุปัชฌาย์และพระอาจารย์ เปรียบเหมือนม้าพิการ คือม้าโกง ย่อมไม่เอื้อเฟื้อต่อนายสารถีผู้ฝึกม้า คือไม่ตั้งอยู่ในคำสั่งสอน ของนายสารถีนั้นฉะนั้น. คำว่า เอวํ เป็นต้น เป็นคำลงท้ายของเรื่องที่กล่าวไว้แล้วนั่นแล. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ แปลว่า โดยประการดังกล่าวไว้ แล้ว. บทว่า อนาคตทฺธานํ ได้แก่ ในกาลที่ยังไม่มาถึง คือในอนาคต- กาล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka