Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 232

เล่ม มมร. 53 หน้า 232 ข้อ 396
ก็ฉันนั้น ความชั่วช้าเพียงเท่าปลายขนทราย ย่อม ปรากฏเหมือนเท่าก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า แก่ภิกษุ ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน แสวงหาความสะอาดเป็นนิตย์ เราไม่ยินดีต่อความตายและชีวิต เราเป็นผู้มีสติสัมป- ชัญญะจักละทิ้งร่างกายนี้ไป ไม่ยินดีต่อความตายและ ชีวิต รอคอยเวลาตายอยู่ เหมือนลูกจ้างรอให้หมดเวลา ทำงานฉะนั้น ความตายนี้ มีแน่นอนในสองคราว คือ ในเวลาแก่หรือในเวลาหนุ่ม ที่จะไม่ตายเลยย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงบำเพ็ญแต่สัมมาปฏิบัติเถิด ขอจงอย่าได้ปฏิบัติผิดพินาศเสียเลย ขณะอย่าได้ล่วง เลยท่านทั้งหลายไปเสีย เมืองที่ตั้งอยู่ชายแดน เขา คุ้มครองป้องกันดีทั้งภายนอกและภายในฉันใด ท่าน ทั้งหลายก็จงคุ้มครองตนฉันนั้นเถิด ขณะอย่าได้ล่วงเลย ท่านทั้งหลายไปเสีย เพราะผู้มีขณะอันล่วงเลยไปเสีย แล้ว ต้องพากันไปเศร้าโศกยัดเยียดอยู่ในนรก ภิกษุ ผู้สงบระงับ งดเว้นโทษเครื่องเศร้าหมองใจได้อย่าง เด็ดขาด มีปกติพูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมกำจัด บาปธรรมได้ เหมือนลมพัดรบไม้ร่วงหล่นไปฉะนั้น ภิกษุ ผู้สงบระงับ งดเว้นจากโทษเครื่องเศร้าหมองใจได้อย่าง เด็ดขาด มีปกติพูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ได้ลอย บาปธรรมเสียได้ เหมือนลมพัดใบไม้ร่วงหล่นไปฉะนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka