การลูบคลำ เดียรถีย์เหล่านี้เข้าไปภายในข่ายด้วยพระ-
ญาณอันบริสุทธิ์ อันแสดงว่าไม่มีอะไรห้ามได้ของพระ-
องค์ในล่วงพระญาณของพระองค์ไปได้.
ก็สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่าอโนม-
ทัสสี ผู้มียศใหญ่ทรงชำนะกิเลส เสด็จออกจากสมาธิ
แล้วทรงตรวจดูทิศ พระอัครสาวกนามว่านิสภะของพระ-
มุนีพระนามว่าอโนมทัสสี ทราบพระดำริของพระพุทธเจ้า
แล้ว อันพระขีณาสพหนึ่งแสน ผู้มีจิตสงบระงับ มั่นคง
บริสุทธิ์สะอาดได้อภิญญา ๖ คงที่ แวดล้อมแล้ว เข้าไป
เฝ้าพระผู้มีพระภาคผู้นายกของโลก ท่านเหล่านั้นอยู่บน
อากาศ ได้ทำประทักษิณพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วลงมา
ประนมอัญชลี นมัสการอยู่ในสำนักพระพุทธเจ้า พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลก
เป็นนระอาจหาญ ทรงชำนะกิเลส ประทับนั่งท่ามกลาง
ภิกษุสงฆ์ ทรงแย้ม ภิกษุนามว่าวรุณ อุปัฏฐากของพระ-
ศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสี ห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง
แล้ว ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นายกของโลกว่า ข้าแต่
พระผู้มีพระภาคเจ้า อะไรเป็นเหตุให้พระศาสดาทรง
ยิ้มแย้มหนอ อันพระพุทธเจ้าย่อมไม่ทรงยิ้มแย้ม เพราะ
ไม่มีเหตุ.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่าอโนมทัสสี
เชษฐบุรุษของโลก เป็นนระองอาจ ประทับนั่งในท่ามกลาง