Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 292

เล่ม มมร. 53 หน้า 292 ข้อ 396
มีความร่าเริงมาก ฯลฯ มีความปราโมทย์มาก บำเพ็ญ อินทรียสังวรให้บริบูรณ์ เพราะอรรถว่า มีความร่าเริง มาก ฯลฯ มีความปราโมทย์มาก บำเพ็ญตนรู้จัก ประมาณในโภชนะ เพราะอรรถว่า มีความร่าเริงมาก ฯลฯ มีความปราโมทย์มาก บำเพ็ญชาคริยานุโยค เพราะ อรรถว่า มีความร่าเริงมาก ฯ ล ฯ มีความปราโมทย์มาก บำเพ็ญศีลขันธ์ ฯ ล ฯ สมาธิขันธ์ วิมุตติขันธ์ วิมุตติ- ญาณทัสสนขันธ์ ฯ ล ฯ ย่อมตรัสรู้ตลอด. บำเพ็ญวิหาร- สมาบัติทั้งหลายได้ ย่อมตรัสรู้ตลอดอริยสัจ ๔ ย่อม เจริญสติปัฏฐาน ๔ ย่อมเจริญสัมมัปปธาน ๔ ย่อม เจริญอิทธิบาท ๔ ย่อมเจริญอินทรีย์ ๕ ย่อมเจริญพละ ๕ ย่อมเจริญโพชฌงค์ ๗ ย่อมเจริญอริยมรรค ฯ ล ฯ ชื่อว่าหาสปัญญา เพราะอรรถว่า ย่อมทำให้แจ้งได้ซึ่ง สามัญญผล. ชื่อว่าหาสปัญญา เพราะอรรถว่า มีความ ร่าเริงมาก มีความพอใจมาก มีความยินดีมาก มีความ ปราโมทย์มาก ย่อมตรัสรู้แจ้งซึ่งอภิญญา, ชื่อว่าหาส- ปัญญา เพราะอรรถว่า มีความร่าเริงมาก มีความพอใจ มาก มีความยินดีมา มีความปราโมทย์มาก ย่อมทำให้ แจ้งซึ่งพระนิพพานอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง. ชวนปัญญาเป็นไฉน ? ชื่อว่าชวนปัญญา๑ เพราะอรรถว่า ปัญญาแล่นไปสู่รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีตอนาคต และปัจจุบัน ฯ ล ฯ มีอยู่ในที่ไกลหรือมีอยู่ในที่ใกล้ โดย ๑. ขุ. ป. ๓๑/ข้อ ๖๗๕.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka