Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 317

เล่ม มมร. 53 หน้า 317 ข้อ 397
ตระหนี่กาย ติดอยู่ด้วยความสุขทางร่างกาย ไม่ขวนขวาย บำเพ็ญเพียร ความผาสุกทางสมณะจักมีแต่ที่ไหน ทิศ ทั้งหมดไม่ปรากฏ ธรรมทั้งหลายไม่แจ่มแจ้งแก่ข้าพเจ้า ในเมื่อท่านธรรมเสนาบดีผู้เป็นกัลยาณมิตรนิพพานแล้ว โลกทั้งหมดนี้ปรากฏเหมือนความมืดมน กายคตาสติ ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์โดยส่วนเดียวฉันใด กัลยาณมิตร เช่นนั้น ย่อมไม่มีแก่ภิกษุผู้มีสหายล่วงลับไปแล้ว มี พระศาสดานิพพานไปแล้วฉันนั้น มิตรเก่าพากันล่วงลับ ไปแล้ว จิตของเราไม่สมาคมด้วยมิตรใหม่ วันนี้เราจะ เพ่งฌานอยู่ผู้เดียว เหมือนกับนกที่อยู่ในรัง ในฤดูฝน ฉะนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะพระอานนท์ด้วยพระคาถา ๑ พระคาถา ความว่า เธออย่าห้ามประชาชนเป็นอันมาก ที่พากันมาแต่ ต่างประเทศ ในเมื่อล่วงเวลาเฝ้า เพราะประชุมชน เหล่านั้นเป็นผู้มุ่งจะฟังธรรม จงเข้ามาหาเราได้ เวลานี้ เป็นเวลาที่จะเห็นเรา. พระอานนท์เถระจงกล่าวเป็นคาถาต่อไปว่า พระศาสดาผู้มีจักษุ ทรงประทานโอกาสให้ประชุม ชนที่พากันมาแต่ต่างประเทศ ในเมื่อล่วงเวลาเฝ้า ไม่ ทรงห้าม เมื่อเรายังเป็นพระเสขบุคคลอยู่ ๒๕ ปี กาม- สัญญาไม่เกิดขึ้นเลย เชิญดูความที่ธรรมเป็นธรรมดี เมื่อ เรายังเป็นพระเสขบุคคลอยู่ ๒๕ ปี โทสสัญญาไม่เกิด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka