Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 318

เล่ม มมร. 53 หน้า 318 ข้อ 397
ขึ้นเลย เชิญดูความที่ธรรมเป็นธรรมดี เราได้อุปัฏฐาก พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเมตตากายกรรม เหมือนพระ- ฉายาติดตามพระองค์อยู่ ๒๕ ปี เราอุปัฏฐากพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าด้วยเมตตาวจีกรรม เหมือนพระฉายาติดตาม พระองค์อยู่ ๒๕ ปี เราอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วย เมตตามโนกรรม เหมือนพระฉายาติดตามพระองค์อยู่ ๒๕ ปี เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดำเนินไป เราก็ได้เดิน ตามไปเบื้องพระปฤษฎางค์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรง แสดงธรรมอยู่ ฌานเกิดขึ้นแก่เรา เราเป็นผู้มีกิจที่จะต้อง ทำ ยังเป็นพระเสขะ ยังไม่บรรลุอรหัต พระศาสดา พระองค์ใดเป็นผู้ทรงอนุเคราะห์เรา พระศาสดาพระองค์ นั้น ได้เสด็จปรินิพพานไปเสียก่อนแล้ว เมื่อพระสัมมา- สัมพุทธะจ้าผู้ถือความเป็นผู้ประเสริฐโดยอาการทั้งปวง เสด็จปรินิพพานแล้ว ครั้งนั้น ได้เกิดมีความหวาดเสียว และได้เกิดขนพองสยองเกล้า. พระสังคีติกาจารย์เมื่อจะสรรเสริญพระอานนทเถระ ได้รจนาคาถา ๓ คาถา ความว่า พระอานนทเถระเป็นพหูสูต ทรงธรรม เป็นผู้รักษา คลังพระธรรมของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสวงหาพระคุณ อันยิ่งใหญ่ เป็นดวงตาของโลกทั่วไป ปรินิพพานไปเสีย แล้ว พระอานนทเถระเป็นพหูสูต ทรงธรรม เป็นผู้รักษา คลังพระธรรมของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka