ในห้องพระบรมธาตุนั้น ก่อสร้างกุศลเป็นอันมาก ระลึก
ถึงกรรมเก่าแล้ว ได้เข้าถึงไตรทศ เราอยู่บนยานทิพย์
อันเทียมด้วยม้าสินธพพันตัว วิมานของเราสูงตระหง่าน
สูงสุดเจ็ดชั้น กูฏาคาร (ปราสาท) พันหนึ่ง สำเร็จด้วย
ทองคำล้วน ย่อมรุ่งเรือง ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ด้วย
เดชของตน ในกาลนั้น ศาลาหน้ามุขแม้เหล่าอื่นอันสำเร็จ
ด้วยแก้วมณีมีอยู่ แม้ศาลาหน้ามุขเหล่านั้นก็โชติช่วง
ด้วยรัศมีทั่ว ๔ ทิศ โดยรอบกูฏาคารอันบังเกิดขึ้นด้วย
บุญกรรม อันบุญกรรมเนรมิตไว้เรียบร้อย สำเร็จด้วย
แก้วมณีโชติช่วง ทั่วทิศน้อยทิศใหญ่โดยรอบ โอภาส
แห่งกูฏาคารอันโชติช่วงอยู่เหล่านั้นเป็นสิ่งไพบูลย์ เรา
ย่อมครอบงำเทวดาทั้งปวงได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครอบครองแผ่นดิน มีสมุทร-
สาครสี่เป็นขอบเขต เราเกิดเป็นกษัตริย์ นามว่า อุพพิทธะ
ชนะประเทศในที่สุดทิศทั้งสี่ ครอบครองแผ่นดินอยู่ใน
กัปที่หกหมื่น ในภัทรกัปนี้ เราได้เป็นเหมือนอย่างนั้น
๓๐ ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมาก ยินดีใน
กรรมของตน สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่
ในทวีปทั้ง ๔ ในครั้งนั้นปราสาทของเราสว่างไสวดัง
สายฟ้า ด้านยาว ๒๙ โยชน์ ด้านกว้าง ๑๒ โยชน์ พระ-
นครชื่อรัมมณะ มีกำแพงและค่ายมั่นคง ด้านยาว ๕๐๐
โยชน์ ด้านกว้าง ๒๕๐ โยชน์ คับคั่งด้วยหมู่ชน เหมือน
เทพนครของชาวไตรทศ เข็ม ๒๕ เล่มเขาใส่ไว้ในกล่อง