Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 366

เล่ม มมร. 53 หน้า 366 ข้อ 398
กับตระกูลนั้น ย่อมต้องขวนขวายในการเข้าไปสู่ตระกูล มักติดรสอาหาร ย่อมละทิ้งประโยชน์อันจะนำความสุข มาให้ นักปราชญ์กล่าวการกราบไหว้และการบูชาใน ตระกูลทั้งหลาย ว่าเป็นเปือกตม และเป็นลูกศรที่ ละเอียดถอนได้ยาก บุรุษผู้เลวทรามย่อมละสักการะได้ ยากยิ่ง เราลงจากเสนาสนะแล้วก็เข้าไปบิณฑบาตยัง นคร เราได้เข้ารูปหาบุรุษโรคเรื้อน ผู้กำลังบริโภคอาหาร ด้วยความอ่อนน้อม บุรุษโรคเรื้อนนั้นได้น้อมเข้าซึ่งคำ ข้าวด้วยมือโรคเรื้อน เมื่อเขาใส่คำข้าวลง นิ้วมือของเขา ก็ขาดตกลงในบาตรของเรานี้ เราอาศัยชายคาเรือนฉัน ข้าวนั้นอยู่ ในเวลาที่กำลังฉันและฉันเสร็จแล้ว เรามิได้ มีความเกลียดชังเลย ภิกษุใดไม่ดูหมิ่นปัจจัยทั้ง ๔ คือ อาหารบิณฑบาตที่จะพึงลุกขึ้นยืนรับ ๑ บังสุกุลจีวร ๑ เสนาสนะคือโคนไม้ ๑ ยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ๑ ภิกษุ นั้นแลสามารถจะอยู่ในจาตุรทิศได้ ในเวลาแก่ภิกษุ บางพวกเมื่อขึ้นเขาย่อมลำบาก แต่พระมหากัสสปะผู้ เป็นทายาทของพระพุทธเจ้า เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ แม้ ในเวลาแก่ก็เป็นผู้แข็งแรงด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ ย่อมขึ้นไป ได้ตามสบาย พระมหากัสสปะผู้หมดอุปาทาน ละความ หวาดกลัวภัยได้แล้ว กลับจากบิณฑบาตแล้ว ขึ้นสู่ภูเขา เพ่งฌานอยู่ พระมหากัสสปะผู้หมดอุปาทาน เมื่อสัตว์ ทั้งหลายถูกไฟไหม้อยู่ เป็นผู้ดับไฟได้แล้ว กลับจาก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka