ข้าแต่พระผู้องค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่ได้ร้องไห้ถึงข้อที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสอภิสัมปรายภพของนักฟ้อนทั้งหลาย กะข้าพระองค์อย่างนี้ ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ อีกอย่างหนึ่ง ข้าพระองค์ถูกนักฟ้อนทั้งหลายผู้เป็น
อาจารย์และอาจารย์ผู้เป็นประธานในก่อนหลอกลวงว่า นักฟ้อนแสดง
มหรสพของนักฟ้อนแก่มหาชนแล้วเข้าถึงสุคติ. เขาฟังธรรมในสำนัก
พระศาสดา ได้ศรัทธาได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว กระทำกรรมด้วย
วิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต. ก็ท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว ก่อน
แต่บรรลุพระอรหัต โดยอาการอันเป็นเหตุให้เกิดการกระทำไว้ในใจโดย
อุบายอันแยบคาย ด้วยสามารถการข่มจิตของตน เพื่อจะแสดงจำแนก
อาการนั้น โดยอาการเป็นอันมาก จึงได้กล่าวคาถาทั้งหลายว่า :-
เมื่อไรหนอ เราจึงจักได้อยู่แต่ผู้เดียว ไม่มีตัณหา
เป็นเพื่อนสอง ณ ภูเขาและซอกเขา เมื่อไรหนอ เราจึง
จักพิจารณาเห็นแจ้งภพทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยง
ความตรึกเช่นนี้ของเราจักสำเร็จเมื่อไรหนอ.
เมื่อไรหนอ เราจึงจักได้เป็นนักปราชญ์ นุ่งห่มผ้า-
กาสาวพัสตร์อันเศร้าหมอง ไม่มีความยึดมั่น ไม่มีความ
หวัง เป็นผู้ฆ่าราคะ โทสะ และโมหะ ได้แล้ว เที่ยว
ไปตามป่าใหญ่อย่างสบาย ความตรึกเช่นนี้ของเราจัก
สำเร็จเมื่อไรหนอ.
เมื่อไรหนอ เราจึงจะเห็นแจ้งซึ่งร่างกายนี้ อันเป็น
ของไม่เที่ยง เป็นรังแห่งโรค คือความตาย ถูกความตาย