Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 415

เล่ม มมร. 53 หน้า 415 ข้อ 399
บทว่า สพฺพํ อิทํ จลมิตํ เปกฺขมาโน อธิบายว่า เพราะเหตุที่ เมื่อเราตรวจดูด้วยปัญญาจักษุว่า จิตนี้ เป็นอื่นทั้งหมดมีสังขารเป็นไปใน ภูมิ ๓ กวัดแกว่ง ไม่ตั้งมั่น อยากได้ แสวงหาการออกจากเรือน และ จากกามทั้งหลาย คืออมตบท คือพระนิพพาน ฉะนั้น จึงไม่ไปตามจิต กระทำการแสวงหาพระนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น. มีวาจาประกอบความว่า จิตห้ามได้แสนยาก เพราะไม่ปราศจาก ราคะ เป็นเช่นกับลิง ด้วยอำนาจการฝึก เพราะฉะนั้น เราจึงกล่าวแต่ คำที่ควรด้วยดี กล่าวคำเป็นแต่สุภาษิต เป็นนายสารถีฝึกนระ ผู้อันเขา สักการะอย่างยิ่งใหญ่ สูงสุดกว่าสัตว์ ๒ เท้า. บทว่า อวิทฺทสุ ยตฺถ สิตา ปุถุชฺชนา ความว่า อันธปุถุชน เหล่านั้น ผูกติดอยู่ คือเนื่องเฉพาะในวัตถุกามและกิเลสกามอย่างใดอย่าง หนึ่งแสวงหาภพใหม่ด้วยกามราคะนั้น ปรารถนาทุกข์โดยส่วนเดียวเท่านั้น และเมื่อปรารถนา จึงถูกจิตนำไป คือถูกทอดทิ้งในนรก เพราะฉะนั้น จึงเป็นผู้เป็นไปในอำนาจแห่งจิต กระทำกรรมอันเป็นทางแห่งนรก เป็น ผู้ทอดทิ้งจากหิตสุข คือถูกนำไปในนรกโดยจิตของตนนั้นเอง ไม่นำไป โดยประการอื่น เพราะฉะนั้น ท่านจึงแสดงความที่จิตเท่านั้นที่ควรข่ม. เมื่อรู้เพื่อจะข่มจิตนั่นแลแม้อีก จึงกล่าวคำมีอาทิว่า มยูรโกญฺจา- ภิรุตมฺหิ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มยูรโกญฺจาภิรุตมฺหิ ความว่า อัน นกยูงและนกกระไนร้อง. บทว่า ทีปีหิ พยคฺเฆหิ ปุรกฺขโต วสํ ความว่า เป็นผู้แวดล้อม คือห้อมล้อมด้วยสัตว์ดิรัจฉานเห็นปานนั้น เพราะเป็นผู้อยู่ด้วยเมตตา-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka