กรรมฐานเป็นอารมณ์อยู่ในป่า ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงกล่าวการเจริญความ
ว่างเปล่า.
บทว่า กาเย อเปกฺขํ ชห ความว่า จงละไม่อาลัยในกายโดย
ประการทั้งปวง, เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวถึงที่บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่น.
บทว่า มา วิราธย ความว่า อย่ายังขณะที่ ๙ อันได้แสนยากนี้ให้
ล้มเหลว.
บทว่า อิติสฺสุ มํ จิตฺต ปุเร นิยุญฺชสิ ความว่า ดูก่อนจิต
ท่านประกอบเราไว้ในสัมมาปฏิบัติก่อนแต่บวช ด้วยประการฉะนี้แล.
บทว่า ภาเวหิ ความว่า จงให้เกิดและให้เจริญ.
บทว่า ฌานิ ได้แก่ ฌาน ๔ มีปฐมฌานเป็นต้น.
บทว่า อินฺทฺริยานิ ได้แก่ อินทรีย์ ๕ มีสัทธินทรีย์เป็นต้น.
บทว่า พลานิ ได้แก่ พละ ๕ เหล่านั้นนั่นแล.
บทว่า โพชฺฌงฺคสมาธิภาวนา ได้แก่ โพชฌงค์ ๗ และสมาธิ-
ภาวนา ๔.
บทว่า ติสฺโส จ วิชฺชา ได้แก่ วิชชา ๓ มีปุพเพนิวาสญาณ
เป็นต้น, ท่านตั้งอยู่ในพระพุทธศาสนา คือในโอวาทของพระสัมมา-
สัมพุทธเจ้า จงถูกต้อง คือจงบรรลุ.
บทว่า นิยฺยานิกํ ได้แก่ นำออกจากวัฏทุกข์.
บทว่า สพฺพทุกฺขกฺขโยคธํ ได้แก่ หยั่งลงในอมตะ คือมีพระ-
นิพพานเป็นที่พึ่ง ได้แก่ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์.
บทว่า สพฺพกิเลสโสธนํ ความว่า ชำระมลทิน คือกิเลสไม่ให้มี
ส่วนเหลือ.