พระมหาโมคคัลลานะปรารภพระติสสเถระ จึงกล่าวเป็นคาถาหนึ่ง
คาถา ความว่า
ภิกษุผู้มีสติ ควรรีบละเว้นความพอใจรักใคร่ในกา-
มารมณ์เสีย เหมือนบุคคลรีบถอนหอกออกจากตน และ
เหมือนบุคคลรีบดับไฟซึ่งไหม้อยู่บนศีรษะตนฉะนั้น ภิกษุ
มีสติควรรีบละเว้นความกำหนัดในภพเสีย เหมือนบุคคล
รีบถอนหอกออกจากกายตน และเหมือนบุคคลที่รีบดับไฟ
ซึ่งไหม้อยู่บนศีรษะตนฉะนั้น เราเป็นผู้อันพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าซึ่งได้ทรงอบรมพระองค์มาแล้ว ผู้ทรงไว้ซึ่งพระ-
สรีระอันมีในที่สุดทรงตักเตือนแล้ว จึงทำปราสาทของ
นางวิสาขามิคารมารดา ให้หวั่นไหว ด้วยปลายนิ้วเท้า
บุคคลปรารภความเพียรอันย่อหย่อนแล้วพึงบรรลุนิพพาน
อันเป็นเหตุปลดเปลื้องกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง ด้วย
กำลังความเพียรอันน้อยก็หาไม่ แต่พึงบรรลุได้ด้วยความ
เพียรชอบ ๔ ประการ ก็ภิกษุหนุ่มนี้ นับว่าเป็นบุรุษผู้สูงสุด
ชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ทรงร่างกายอันมีในที่สุด
สายฟ้าทั้งหลาย ฟาดลงไปตามซ่องภูเขาเวภารบรรพต
และภูเขาบัณฑวบรรพต ส่วนอาตมาเป็นบุตรของพระ-
พุทธเจ้า ผู้ไม่มีใครเปรียบ ผู้คงที่ ได้เข้าไปสู่ช่องภูเขา
เจริญฌานอยู่ อาตมาเป็นผู้สงบระงับ ยินดีแต่ในธรรม
อันเป็นเครื่องเข้าไปสงบระงับ อยู่แต่ในเสนาสนะอันสงัด
เป็นมุนี เป็นทายาทของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เป็นผู้