มารผู้มีธรรมดำ ท่านเบียดเบียนภิกษุรูปนั้นเข้า ก็จะ
ต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ ไฟไม่ได้ตั้งใจว่าเราจะไหม้
คนพาลเลย แต่คนพาลรีบเข้าไปหาไฟอันลุกโพลงให้
ไหม้ตนเองฉันใด ดูก่อนมาร ท่านประทุษร้ายพระ-
ตถาคตนั้นแล้ว ก็จักเผาตนเอง เหมือนกับคนพาลถูก
ไฟไหม้ฉันนั้น แน่ะมารผู้ชาติชั่ว ตัวท่านเป็นมาร
คอยแต่ประทุษร้ายพระตถาคตพระองค์นั้น ก็ต้องพบ
แต่สิ่งซึ่งไม่ใช่บุญ หรือท่านเข้าใจว่า บาปไม่ให้ผลแก่
เรา แน่ะมารผู้มุ่งแต่ความตาย เพราะท่านได้ทำบาป
มาโดยส่วนเดียว จะต้องเข้าถึงทุกข์ตลอดกาลนาน
ท่านจงอย่าคิดร้ายต่อพระพุทธเจ้า และภิกษุทั้งหลาย
ผู้สาวกของพระพุทธเจ้าอีกต่อไปเลย พระมหาโมคคัล-
ลานเถระได้คุกคามมารที่ป่าเถสกฬาวันดังนี้แล้ว ลำดับ
นั้น มารนั้นเสียใจจึงได้หายไป ณ ที่นั้นเอง.
ได้ยินว่า ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ภาษิตคาถาดังพรรณนา
มาฉะนี้แล.
โดยลำดับนี้ ท่านพระธรรมสังคาหกาจารย์ ได้ยกขึ้นรวบรวมไว้
เป็นหมวดเดียวกันฉะนี้แล.
บรรดาคาถาเหล่านั้น ๔ คาถามีอาทิว่า อารญฺิกา ดังนี้ ท่าน
กล่าวด้วยอำนาจการให้โอวาทแก่ภิกษุทั้งหลาย. บทว่า อารญฺิกา
ความว่า ชื่อว่า ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร เพราะการห้ามเสนาสนะใกล้บ้าน