ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมาร พระนามว่า
ปทุมุตตระ ผู้มีจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ ได้เสด็จ
อุบัติขึ้นแล้ว พระศาสนาของพระองค์วิจิตรด้วยพระ-
อรหันต์ทั้งหลาย เหมือนคลื่นในสาคร และเหมือนดาว
ในท้องฟ้า พระพิชิตมารผู้สูงสุด อันมนุษย์พร้อมทั้ง
ทวยเทพ อสูรและนาคห้อมล้อม. ในท่านกลางหมู่ชน
ซึ่งเกลื่อนกล่นไปด้วยสมณพราหมณ์ พระพิชิตมารผู้ถึง
ที่สุดโลก ทรงทำโลกทั้งหลายให้ยินดีด้วยพระรัศมี พระ-
องค์ทรงยังดอกปทุม คือเวไนยสัตว์ให้เบิกบานด้วยพระ-
ดำรัส ทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชธรรม ๔ เป็นอุดมบุรุษ
ทรงละความกลัวและความยินดีได้เด็ดขาด ถึงซึ่งธรรม
อันเกษม องอาจกล้าหาญ พระผู้เลิศโลกทรงปฏิญาณ
ฐานะของผู้เป็นโลกอันประเสริฐ และพุทธภูมิทั้งสิ้น ไม่
มีใครจะทักท้วงได้ในฐานะไหน ๆ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้คง
ที่พระองค์นั้น บันลือสีหนาทอันน่ากลัว ย่อมไม่มีเทวดา
และมนุษย์หรือพรหมบันลือตอบได้ พระพุทธเจ้าผู้แกล้ว-
กล้าในบริษัท ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ช่วยมนุษย์
พร้อมทั้งเทวดาให้ข้ามสงสาร ทรงประกาศพระธรรมจักร
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสรรเสริญคุณเป็นอันมาก ของ
พระสาวกผู้ได้รับสมมติดีว่า เลิศกว่าภิกษุผู้มีปฏิภาณ
ทั้งหลาย แล้วทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเอคทัคคะ.
๑. ขุ. อ. ๓๓/ข้อ ๑๓๔.