ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์ชาวเมืองหังสวดี เป็นผู้ได้รับ
สมมติว่าเป็นคนดี รู้แจ้งพระเวททุกคัมภีร์ มีนามว่าวังคีสะ
เป็นที่ไหลออกแห่งนักปราชญ์ เราเข้าไปเฝ้าพระมหา-
วีรเจ้าพระองค์นั้น สดับพระธรรมเทศนานั้นแล้ว ได้ปีติ
อันประเสริฐ เป็นผู้ยินดีในคุณของพระสาวก จึงได้
นิมนต์พระสุคตผู้ทำโลกให้เพลิดเพลิน พร้อมด้วยพระ-
สงฆ์ ให้เสวยและฉัน ๗ วันแล้ว นิมนต์ให้ครองผ้า ใน
ครั้งนั้น เราได้หมอบกราบลงแทบพระบาททั้งสองด้วย
เศียรเกล้า ได้โอกาสจึงยืนประนมอัญชลีอยู่ ณ ที่ควร
ส่วนข้างหนึ่ง เป็นผู้ร่าเริงกล่าวสดุดีพระชินเจ้าผู้สูงสุดว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่ไหลออกแห่งนักปราชญ์ ข้า-
พระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็น
ฤาษีสูงสุด ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่
พระองค์ผู้เลิศกว่าโลกทั้งปวง ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่
พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทำความไม่มีภัย ข้าพระองค์
ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้ทรงย่ำยีมาร ข้าแต่พระองค์ผู้
ทรงทำทิฏฐิให้ไหลออก ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่
พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงประทานสันติสุข ข้าพระ-
องค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์. ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงทำให้
เป็นที่นับถือ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์.
พระองค์เป็นที่พึ่งของชนทั้งหลาย ผู้ไม่มีที่พึ่ง ทรง
ประทานความไม่มีภัยแก่คนทั้งหลายผู้กลัว เป็นผู้ที่คุ้นเคย