บรรดาปฏิปทาตามที่กล่าวแล้วนั้นแหละ พึงทราบปฏิปทาที่ปฏิบัติ
ลำบาก แต่รู้ได้เร็ว เพราะมรรคปรากฏได้เร็ว แต่ในเมื่อปฏิปทาเหล่านั้น
สำเร็จได้โดยไม่ยาก พึงทราบปฏิปทาที่ปฏิบัติสะดวก แต่รู้ได้ช้า เพราะ
มรรคปรากฏช้า และปฏิปทาที่ปฏิบัติสะดวก ทั้งรู้ได้เร็ว เพราะมรรค
ปรากฏเร็ว ตามลำดับ.
พึงทราบพระเถระ ๔ จำพวก โดยการบรรลุพระอรหัตมรรค
ด้วยอำนาจปฏิปทา ๔ ประการนี้. เพราะเว้นจากปฏิปทาทั้งหลายเสีย การ
บรรลุอริยมรรคจะมีไม่ได้. จริงอย่างนั้น ในพระอภิธรรม ท่านจึงจำแนก
อริยมรรคพร้อมกับปฏิปทาเท่านั้น โดยนัยมีอาทิว่า สมัยใด พระโยคาวจร
เจริญโลกุตรฌาน อันนำออกจากโลก เป็นเครื่องนำไปสู่พระนิพพาน
ฯ ล ฯ อันเป็นทุกขปฏิปทา ทันธาภิญญา ดังนี้. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึง
กล่าวว่า พระอริยบุคคล ๔ จำพวก โดยจำแนกตามปฏิปทา ๔.
พระอริยบุคคลมี ๕ จำพวก โดยการจำแนกผู้ยิ่งด้วยอินทรีย์. พระ-
อริยบุคคลเหล่านั้น แม้มีความเสมอกันโดยการตรัสรู้สัจจะ แต่พระเถระ
บางพวกเป็นผู้ยิ่งด้วยศรัทธา ดุจพระวักกลิเถระ, บางพวกเป็นผู้ยิ่งด้วย
ความเพียร ดุจพระมหาโสณโกฬิวิสเถระ, บางพวกเป็นผู้ยิ่งด้วยสติ ดุจ
พระโสภิตเถระ, บางพวกเป็นผู้ยิ่งด้วยสมาธิ ดุจพระจูฬปันถกเถระ,
บางพวกเป็นผู้ยิ่งด้วยปัญญา ดุจพระอานันทเถระ.
จริงอย่างนั้น พระอานันทเถระนั้น พระศาสดาทรงยกย่องไว้ใน
ความเป็นผู้มีคติ และในความเป็นผู้มีความฉลาดในอรรถเป็นต้น. ก็วิภาค
การจำแนกนี้ ท่านกล่าวด้วยอำนาจคุณวิเศษ ซึ่งมีอยู่ในกาลอันเป็นส่วน