Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 567

เล่ม มมร. 53 หน้า 567 ข้อ 401
เบื้องต้น แต่ในขณะอรหัตมรรค ท่านประสงค์เอาอินทรีย์แม้ที่เหลือเป็น สภาพเดียวกันแล. อนึ่ง มี ๕ จำพวก คือท่านผู้บรรลุบารมี คือคุณอันยอดเยี่ยม ท่านผู้บรรลุปฏิสัมภิทา ท่านผู้มีอภิญญา ๖ ท่านผู้มีวิชชา ๓ และท่านผู้ เป็นสุกขวิปัสสก. จริงอยู่ บรรดาพระสาวกทั้งหลาย พระสาวกบางพวกบรรลุถึงที่สุด สาวกบารมี เหมือนท่านพระสารีบุตร และท่านพระมหาโมคคัลลานะ. บางพวกบรรลุปฏิสัมภิทา ด้วยอำนาจปฏิสัมภิทา ๔ นี้ คืออัตถ- ปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ ๑ ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉาน ในธรรม ๑ นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในภาษา ๑ ปฏิภาณ- ปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในไหวพริบ ๑ บางพวกมีอภิญญา ๖ ด้วยอำนาจอภิญญาทั้งหลายมีอิทธิวิธญาณ ความรู้ในการแสดงฤทธิ์ได้ เป็นต้น. บางพวกมีวิชชา ๓ ด้ายอำนาจวิชชา ๓ มีบุพเพนิวาสญาณ ความรู้ ระลึกชาติได้ เป็นต้น. ส่วนพระเถระผู้ตั้งอยู่ในสมาธิ เพียงสักว่า ขณิกสมาธิ แล้วเริ่มตั้ง วิปัสสนาบรรลุอรหัตมรรคนั้น ชื่อว่าสุกขวิปัสสก ผู้เจริญวิปัสสนา ล้วนๆ เพราะมีแต่วิปัสสนาล้วน ไม่มีการสืบต่อในภายในวิปัสสนา ด้วยองค์ฌานอันเกิดแต่สมาธิในเบื้องต้น และในระหว่าง ๆ. ก็วิภาคนี้ ท่านกล่าวโดยเพ่งภาวะทั่ว ๆ ไปแห่งพระสาวกทั้งหลาย. พระเถระผู้มาในบาลีในที่นี้ ไม่มีสุกขวิปัสสกเลย. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka