พุทธุปปาทกาลนี้ เกิดในเรือนแห่งตระกูลในกรุงอุชเชนี รู้ความแล้ว เป็น
สหายของพระอภัยมาตุเถรี เมื่อพระอภัยมาตุเถรีบวช เธอเองก็บวชด้วยความ
สิเนหาพระเถรีนั้น อยู่ในกรุงราชคฤห์กับพระเถรีนั้น วันหนึ่งได้ไปป่าสีตวัน
เพื่อดูอสุภ พระศาสดาประทับนั่งในพระคันธกุฎินั้นเอง ทรงทำอารมณ์ที่เธอ
เคยประสบมาไว้ต่อหน้า ประกาศความเป็นศพขึ้นพองเป็นต้นแก่เธอ เธอ
เห็นดังนั้น ยืนสลดใจอยู่ พระศาสดาทรงแผ่รัศมีแสดงพระองค์เหมือนประทับ
นั่งอยู่ต่อหน้า ได้ตรัสพระคาถาเหล่านั้นว่า
ดูก่อนอภยา ปุถุชนข้องอยู่ในกายใด กาย
นั้น มีสภาพแตกดับ เรามีสติรู้สึกตัวจักทอดทิ้งร่างกาย
นี้ เราอันความทุกข์เป็นอันมากถูกต้องแล้ว ยินดีแล้ว
ในความไม่ประมาท บรรลุความสิ้นตัณหาแล้ว ได้
ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
เวลาจบคาถา พระเถรีนั้นได้บรรลุพระอรหัต เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวไว้
ในอปทานว่า๑
ในพระนครอรุณวดีมีกษัตริย์พระนามว่าอรุณ-
ราช ข้าพเจ้าเป็นมเหสีของท้าวเธอ ข้าพเจ้าร้อยพวง-
มาลัยอยู่ ได้ถือดอกอุบลมีกลิ่นหอมเหมือนทิพย์ นั่ง
อยู่ในปราสาทอันประเสริฐ คิดขึ้นในขณะนั้นเอง
อย่างนี้ว่า เราจะได้ประโยชน์อะไรที่เอาพวงมาลัย
เหล่านี้ประดับบนศีรษะของเรา เราเอาบูชาในพระ
ญาณของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดจะประเสริฐกว่า
คนทั้งหลายเขาพากันบูชานับถือพระสัมพุทธเจ้า เรา
๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๔๘ สัตตอุปปลมาลิกาเถรีอปทาน.