Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 98

เล่ม มมร. 54 หน้า 98 ข้อ 435
ได้ศรัทธาบวชแล้วได้เป็นพหูสูต ทรงธรรม มีปฏิภาณ เธอประพฤติพรหม- จรรย์ในที่นั้นหลายพันปี ตายอย่างปุถุชนนั่นเอง บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต. เธอรักษาศีลในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓ พระองค์อย่างนี้ คือกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี แม้แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่าสิขี แม้แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าเวสสภูก็เหมือนกัน ได้ เป็นพหูสูต ทรงธรรม เธอบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ โกนาคมนะ และกัสสปะ ได้เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ เป็นธรรมกถึก เหมือนกัน. เธอสั่งสมบุญเป็นอันมากในภพนั้น ๆ ด้วยประการฉะนี้ ท่องเที่ยวอยู่ ในสุคติภูมิทั้งหลายเท่านั้น ในพุทธุปปาทกาลนี้เกิดในตระกูลคฤหบดีมหาศาล กรุงราชคฤห์ ได้นามว่า สุกกา เธอรู้ความแล้วได้ศรัทธาเป็นอุบาสิกาใน คราวพระศาสดาเสด็จเข้าพระราชนิเวศน์ ต่อมาได้ฟังธรรมในสำนักของพระ- ธัมมทินนาเถรี เกิดความสังเวช บวชในสำนักของพระธัมมทินนาเถรีนั้นเอง เจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายก ของโลก พระนามว่าวิปัสสีมีพระเนตรงาม ทรงเห็นแจ้ง ซึ่งธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้นข้าพเจ้า เกิดในตระกูลหนึ่งในพระนครพันธุมดีได้ฟังธรรมของ พระมุนีแล้วบวชเป็นภิกษุณี เป็นพหูสูต ทรงธรรม มีปฏิภาณ กล่าวธรรมกถาไพเราะ ปฏิบัติตามพระ- พุทธศาสนา ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแสดงธรรมกถา เพื่อ ๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๗๕ สุกกาเถรีอปทาน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka