ความยินดีในกามทั้งหลายเถิด อย่าได้เป็นผู้เดือดร้อน
ในภายหลังเลย.
คาถานั้นมีความว่า เมื่อสอบสวนดูแม้ลัทธิทั้งปวงชื่อว่านิพพานอัน
เป็นที่สลัดออก ไม่มีในโลก. คำนี้เป็นเพียงโวหาร ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย
นั้น ๆ ปฏิญาณตามความพอใจเท่านั้น เพราะฉะนั้น ท่านจักทำประโยชน์อะไร
ด้วยวิเวกเล่า คือท่านยังตั้งอยู่ในปฐมวัยที่สมบูรณ์เห็นปานนี้ จักทำประ-
โยชน์อะไรด้วยกายวิเวกนี้เล่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจงบริโภคความยินดีในกาม
ทั้งหลาย คือจงกลับเสวยความยินดีในการเล่น ที่อาศัยวัตถุกามและกิเลสกาม
เถิด เพราะเหตุไร. บทว่า มาหุ ปจฺฉานุตาปินี อธิบายว่า ท่านอย่าได้
มีความเดือดร้อนภายหลังว่า เราประพฤติพรหมจรรย์เพื่อนิพพานใด นิพพาน
นั้นไม่มีเลย เพราะเหตุนั้นเองเราจึงไม่ได้บรรลุนิพพานนั้น ทั้งยังเสื่อมจาก
กามโภคะเสียด้วย เราพินาศหนอ.
พระเถรีได้ฟังดังนั้นคิดว่า มารที่คัดค้านพระนิพพานซึ่งประจักษ์แก่
เรา และยังเชื้อเชิญเราในกามทั้งหลาย ไม่รู้ว่าเราเป็นผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ผู้นี้
โง่แท้ เอาเถอะ เราจักให้เขารู้เรื่องนั้นแล้วจักคุกคามเขา จึงกล่าวคาถา
๒ คาถานี้ว่า
กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว ครอบ
งำขันธ์ทั้งหลายไว้ ท่านกล่าวถึงความยินดีในกามใด
บัดนี้เราไม่มีความยินดีในกามนั้นแล้ว เรากำจัด
ความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงแล้ว ทำลายกองแห่ง
ความมืดได้แล้ว ดูก่อนมารผู้มีบาป ท่านจงรู้อย่างนี้
ดูก่อนมารผู้กระทำซึ่งที่สุด ตัวท่านถูกเรากำจัดแล้ว.