ให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีทิพยจักษุบริสุทธิ์ ฉลาดในสมาธิ
บรรลุอภิญญาบารมี นี้เป็นผลแห่ง ประทีป ๕ ดวง
ข้าพเจ้าอยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่
มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีจักษุ ข้าพระองค์ผู้ชื่อ
ว่าปัญจทีปา ขอถวายบังคมพระยุคลบาท ในกัปที่หนึ่ง
แสนแต่ภัทรกัปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวายประทีปใดใน
กาลนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้
จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ข้าพเจ้า
เผากิเลสแล้ว ถอนภพทั้งหลายได้หมดแล้ว ตัดเครื่อง
ผูกพันเหมือนช้างพังตัดเชือก เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่
การมาเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐของข้าพเจ้าเป็น การ
มาดีแล้วหนอ ข้าพเจ้าบรรลุวิชชา ๓ แล้ว ได้ปฏิบัติ
คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้คือปฏิ-
สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ อภิญญา ๖ ข้าพเจ้าทำให้แจ้ง
แล้ว ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พระเถรีอยู่ในกรุงสาวัตถี วันหนึ่งเวลาปัจฉาภัต
ออกจากกรุงสาวัตถี เข้าสู่ป่าอันธวันเพื่อต้องการพักผ่อนกลางวัน นั่งอยู่ที่
โคนไม้แห่งหนึ่ง ครั้งนั้น มารประสงค์จะกำจัดพระเถรีนั้นให้พ้นจากวิเวกจึง
แปลงรูปเข้าไปกล่าวคาถาว่า
นิพพานอันเป็นที่สลัดออกไม่นึกในโลก ท่าน
จักทำประโยชน์อะไรได้ด้วยวิเวกเล่า ท่านจงบริโภค