ความที่จิตมีอารมณ์เดียว แม้เล็กน้อย. บทว่า กิสาปณฺฑุวิวณฺณา จ ความ
ว่า เป็นผู้ผอมคือมีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เหลืองขึ้น ๆ เพราะความเป็นผู้
กระสันอย่างนี้ เพราะเหตุนั้นแหละจึงเป็นผู้ปราศจากผิวพรรณ คือผู้มีผิว-
พรรณไปปราศแล้ว. บทว่า สตฺต วสฺสานิ แปลว่า ตลอด ๗ ปี. บทว่า
จาริหํ แปลว่า ข้าพเจ้าเที่ยวไปแล้ว. บทว่า นาหํ ทิวา วา รตฺตึ วา
สุขํ วินฺทึ สุทุกฺขิตา ความว่า ข้าพเจ้าถึงทุกข์ ด้วยกิเลสทุกข์ใน ๗ ปี
อย่างนี้ ไม่ได้ความสุขของสมณะทั้งกลางวันทั้งกลางคืน. บทว่า ตโต ได้
แก่ เพราะไม่ได้ความสุขของสมณะในเพราะความกลุ้มรุมของกิเลส. บทว่า
รชฺชุํ คเหตฺวาน ปาวิสึ วนมนฺตรํ ความว่า ถือเชือกบ่วงเข้าไปยังราว
ป่า หากจะมีผู้ถามว่า เข้าไปทำไม (พึงตอบว่า). บทว่า วรํ เม อิธ
อุพฺพนฺธํ ยญฺจ หีนํ ปุนาจเร ความว่า เพราะข้าพเจ้าไม่อาจบำเพ็ญ
สมณธรรม พึงกลับมาประพฤติ คือพึงประพฤติโดยเอื้อเฟื้อ คือพึงดำรงเพศที่
ทรามคือความเป็นคฤหัสถ์อีก ฉะนั้น ข้าพเจ้าผูกคอตายเสียในราวป่านี้ ดีกว่า
คือประเสริฐกว่าด้วยคุณตั้งร้อยตั้งพัน. บทว่า อถ จิตฺตํ วิมุจิจิ เม ความ
ว่า ข้าพเจ้าสวมบ่วงที่ผูกกับกิ่งไม้เข้าที่คอในกาลใด ในกาลนั้นคือในลำดับ
นั่นเอง จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้น คือได้หลุดพ้นแล้วจากอาสวะทั้งปวงตาม
ลำดับมรรค เพราะสืบต่อด้วยวุฏฐานคามินีวิปัสสนาและมรรค.
จบอรรถกถาสีหาเถรีคาถา