Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 137

เล่ม มมร. 54 หน้า 137 ข้อ 442
๔. อรรถกถาสุนทรีนันทาเถรีคาถา คาถาว่า อาตุรํ อสุจึ เป็นต้น เป็นคาถาของพระเถรีชื่อสุนทรี นันทา. เล่ากันว่า แม้พระเถรีชื่อสุนทรีนันทาองค์นี้ก็บังเกิดในเรือนตระกูล ในพระนครหังสวดี เธอรู้ความแล้ว ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา เห็น พระศาสดาทรงตั้งภิกษุณีองค์หนึ่ง ในตำแหน่งเป็นเลิศของภิกษุณีทั้งหลายผู้ ได้ฌาน จึงสร้างสมบุญญาธิการปรารถนาตำแหน่งนั้น สั่งสมกุศลท่องเที่ยว ในเทวโลกและมนุษยโลกอยู่หนึ่งแสนกัป ในพุทธุปปาทกาลนี้บังเกิดในศากย- ราชตระกูล พระญาติทั้งหลายตั้งนามให้เธอว่า นันทา. กาลต่อมา รู้กันทั่วไปว่า นันทาผู้สวยงามและสาวงามของชนบท ใน ห้อง ๑๒ ศอกที่มือมิดไม่ต้องใช้ประทีป ดุจพระเถรีภัททกาปิลานี สว่างด้วย แสงสว่างของสรีระ เป็นผู้ทรงยศงดงามด้วยคุณตั้งร้อยกว่าแสงสว่างเหล่านั้น. นางสุนทรีนันทานั้น เธอพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายบรรลุ ความเป็นพระสัพพัญญูแล้ว เสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์โดยลำดับ ทรงให้นันท- กุมารและราหุลกุมารบวชแล้วเสด็จไป เมื่อพระเจ้าสุทโธทนมหาราชเสด็จปริ- นิพพานแล้ว เมื่อพระมหาปชาบดีโคตมีและพระพิมพาราหุลมารดาบวชแล้ว เธอคิดว่า พระเชษฐภาคา ของเราทรงละความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ บวชเป็น พระพุทธเจ้าผู้อัครบุคคลในโลก แม้ราหุลกุมารพระโอรสของพระองค์ก็บวช เจ้านันทราชภัสดาของเราก็ดี พระมหาปชาบดีโคตมีพระมารดาก็ดี ราหุลมารดา พระภคินีก็ดี ก็บวชกันหมดแล้ว บัดนี้เราจักทำอะไรในเรือน เราจักบวช เธอไปสำนักภิกษุณี บวชด้วยความรักพวกพระญาติ ไม่ได้บวชด้วยศรัทธา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka