Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 139

เล่ม มมร. 54 หน้า 139 ข้อ 442
รูปนี้อันธรรมดาสร้างขึ้นให้เป็นนคร แห่งกระดูก มีเนื้อและเลือดฉาบทาไว้ เป็นที่ตั้งแห่งชรา มัจจุ มานะ และมักขะ. เวลาจบเทศนา พระเถรีนั้นได้บรรลุพระอรหัต เพราะเหตุนั้น ท่าน จึงกล่าวไว้ในอปทานว่า๑ ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระ นามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เป็นนายก ของโลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า ผู้ฉลาดในเทศนาวิธี ตรัสสอนเหล่าสัตว์ให้รู้แจ้ง ทรง ช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามได้ ได้ทรงให้หมู่ชนข้ามพ้นไป เป็นอันมาก ทรงพระกรุณาอันเคราะห์แสวงทาประ- โยชน์แก่สรรพสัตว์ ทรงตั้งพวกเดียรถีย์ที่มาเฝ้าทั้ง หมดไว้ในเบญจศีล พระศาสนาของพระองค์ไม่อากูล ว่างจากพวกเดียรถีย์ งดงามไปด้วยพระอรหันต์ทั้ง หลายที่มีความชำนาญ เป็นผู้คงที่ พระองค์ทรงเป็น พระมหามุนีมีพระวรกายสูง ๘ ศอก มีพระรัศมีงาม ดังทองคำที่มีค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ มีพระชนมายุแสนปี พระองค์ดำรงอยู่โดย กาลเท่านั้นได้ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นไปเป็นอันมาก ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลเศรษฐีในพระนคร หังสวดี มีความรุ่งเรื่องด้วยรัตนะต่างๆ เพียบพร้อม ไปด้วยความสุขเป็นอันมาก ข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระมหา- ๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๖๕ นันทาเถรีอปทาน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka