Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 131

เล่ม มมร. 56 หน้า 131 ข้อ 63
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมเสวยราชสมบัติอยู่ใน กรุง- พาราณสี พระโพธิสัตว์บวชเป็นฤาษี สร้างอาศรมอยู่ที่ฝั่ง แม่น้ำคงคา ยังสมาบัติและอภิญญาให้เกิดแล้ว ยับยั้งอยู่ด้วย ความสุขอันเกิดแต่ความยินดีในฌาน. ในสมัยนั้น ธิดาของท่าน เศรษฐี ในกรุงพาราณสี ชื่อว่าทุษฐกุมารี เป็นหญิงดุร้าย หยาบคาย มักด่า มักตี ทาส และกรรมกร. ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง คนที่เป็นบริวาร ชวนนางไปว่า จักเล่นน้ำในแม่น้ำคงคา. ขณะ เมื่อมนุษย์เหล่านั้นเล่นน้ำกันอยู่นั่นแหละ เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ ใกล้จะอัษฎงค์. เมฆฝนก็ตั้งเค้าขึ้น. พวกมนุษย์ทั้งหลายเห็น เมฆฝนแล้ว ก็รีบวิ่งแยกย้ายกันไป. พวกทาสกรรมกรของธิดา ท่านเศรษฐีพูดกันว่า วันนี้พวกเราควรแก้เผ็ดนางตัวร้ายนี้ แล้วทิ้งนางไว้ในน้ำนั่นแล พากันขึ้นไปเสีย. ฝนก็ตกลงมา แม้ ดวงอาทิตย์ก็อัษฎงค์. เกิดความมืดมัวทั่วไป. พวกทาสและ กรรมกรเหล่านั้น เว้นแต่ธิดาท่านเศรษฐีคนเดียว ไปถึงเรือน เมื่อคนทั้งหลาย พูดว่า ธิดาท่านเศรษฐีไปไหนเล่า ? ก็กล่าวว่า นางขึ้นจากแม่น้ำคงคาก่อนหน้าแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกข้าพเจ้า จึงไม่รู้ว่านางไปไหน. แม้พวกญาติพากันค้นหาก็ไม่พบ. ธิดาท่านเศรษฐีร้องดังลั่น ลอยไปตามน้ำ ถึงที่ใกล้ บรรณศาลาของพระโพธิสัตว์ เมื่อเวลาเที่ยงคืน. พระโพธิสัตว์ ได้ยินเสียงของนางก็คิดว่า นั่นเสียงหญิง ต้องช่วยเหลือนาง พลางถือคบหญ้าเดินไปสู่ฝั่งแม่น้ำ เห็นนางแล้ว ก็ปลอบว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka