เบาใจ ปลุกนางฉวยพระขรรค์ออกมาพูดว่า เราจักฆ่าชายผู้นี้
ที่ประตูบ้าน เดินไปนอกบ้านกับนาง พลางบอกให้นางจับมือ
ท่านตักกบัณฑิตไว้ด้วยคำว่า จงยึดมือชายผู้นี้ไว้ แล้วชักพระขรรค์
ทำเป็นเหมือนจะฟันท่านตักกบัณฑิต กลับฟันนางขาด ๒ ท่อน
อาบน้ำดำเกล้าแล้ว เลี้ยงดูท่านตักกบัณฑิต ด้วยโภชนะอัน
ประณีต สอง-สามวัน ก็กล่าวว่า บัดนี้ท่านจักไปไหนต่อไปเล่า ?
ตักกบัณฑิตกล่าวว่า ขึ้นชื่อว่ากิจด้วยการอยู่ครองเรือนไม่มีแก่
ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่านั่นแหละ. โจรกล่าวว่า
ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็จักบวชด้วย. ทั้งสองคนพากันบวช ไปสู่
ราวป่านั้น ให้อภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ เกิดได้แล้ว ในเวลา
สิ้นชีวิต ก็ได้ไปสู่พรหมโลก.
พระบรมศาสดาตรัสเรื่องทั้งสองเหล่านี้แล้ว ครั้นตรัสรู้
แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ ความว่า
" หญิงทั้งหลาย เป็นผู้มักโกรธ. อกตัญญู
มักส่อเสียด และคอยแต่ทำลาย ก่อนภิกษุ เธอ
จงประพฤติพรหมจรรย์เถิด แล้วเธอจักไม่คลาด
ความสุขเป็นแน่ " ดังนี้.
ในพระคาถานั้น ประมวลอรรถาธิบายได้ดังนี้ :-
ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลาย เป็นผู้มักโกรธ ไม่
สามารถจะหักห้ามความโกรธที่เกิดขึ้นแล้วได้เลย เป็นคนอกตัญญู
ไม่รู้อุปการคุณแม้จะยิ่งใหญ่ เป็นคนส่อเสียด ชอบกล่าวคำ