Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 135

เล่ม มมร. 56 หน้า 135 ข้อ 63
เบาใจ ปลุกนางฉวยพระขรรค์ออกมาพูดว่า เราจักฆ่าชายผู้นี้ ที่ประตูบ้าน เดินไปนอกบ้านกับนาง พลางบอกให้นางจับมือ ท่านตักกบัณฑิตไว้ด้วยคำว่า จงยึดมือชายผู้นี้ไว้ แล้วชักพระขรรค์ ทำเป็นเหมือนจะฟันท่านตักกบัณฑิต กลับฟันนางขาด ๒ ท่อน อาบน้ำดำเกล้าแล้ว เลี้ยงดูท่านตักกบัณฑิต ด้วยโภชนะอัน ประณีต สอง-สามวัน ก็กล่าวว่า บัดนี้ท่านจักไปไหนต่อไปเล่า ? ตักกบัณฑิตกล่าวว่า ขึ้นชื่อว่ากิจด้วยการอยู่ครองเรือนไม่มีแก่ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่านั่นแหละ. โจรกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็จักบวชด้วย. ทั้งสองคนพากันบวช ไปสู่ ราวป่านั้น ให้อภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ เกิดได้แล้ว ในเวลา สิ้นชีวิต ก็ได้ไปสู่พรหมโลก. พระบรมศาสดาตรัสเรื่องทั้งสองเหล่านี้แล้ว ครั้นตรัสรู้ แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ ความว่า " หญิงทั้งหลาย เป็นผู้มักโกรธ. อกตัญญู มักส่อเสียด และคอยแต่ทำลาย ก่อนภิกษุ เธอ จงประพฤติพรหมจรรย์เถิด แล้วเธอจักไม่คลาด ความสุขเป็นแน่ " ดังนี้. ในพระคาถานั้น ประมวลอรรถาธิบายได้ดังนี้ :- ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลาย เป็นผู้มักโกรธ ไม่ สามารถจะหักห้ามความโกรธที่เกิดขึ้นแล้วได้เลย เป็นคนอกตัญญู ไม่รู้อุปการคุณแม้จะยิ่งใหญ่ เป็นคนส่อเสียด ชอบกล่าวคำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka