ราวป่านั้น กำหนดเหตุว่า ถึงจะให้จักรพรรดิราชสมบัติ ก็ไม่อาจ
ให้บุรุษผู้อกตัญญูนี้ ซึ่งเป็นผู้ทำลายมิตร พอใจได้ เมื่อจะแสดง
ธรรมให้กึกก้องไปทั่วป่า จึงกล่าวคาถานี้ ความว่า :-
" ถึงหากจะให้แผ่นดินทั้งหมด แก่คน
อกตัญญู ผู้คอยมองหาช่องอยู่เป็นนิตย์ ก็ไม่ทำ
ทำให้เขาพอใจได้ "
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกตญฺญุสฺส ความว่า แก่คน
ผู้ไม่รู้คุณที่คนอื่นทำแก่ตน.
บทว่า โปสสฺส แปลว่า แก่บุรุษ.
บทว่า วิวรทสฺสิโน ความว่า ผู้มองหาช่อง คือโอกาส
อยู่ร่ำไป.
บทว่า สพฺพญฺเจ ปวึ ทชฺชา ความว่า แม้ถ้าจักให้
จักรพรรดิราชสมบัติทั้งหมด หรืออีกนัยหนึ่ง ถึงหากจะพลิก
แผ่นดินใหญ่นี้ เอาง้วนดินมาให้แก่บุคคลเช่นนั้น.
บทว่า เนว นํ อภิราธเย ความว่า ใคร ๆ แม้ถึงจะกระทำ
อย่างนี้ได้ ก็ยังไม่อาจยังคนอกตัญญู ดังตัวอย่างที่ปรากฏ ผู้
ทำลายคุณที่ท่านการทำแล้ว ให้อิ่มใจ หรือให้เลื่อมใสได้เลย.
เทวดานั้นแสดงธรรมสนั่นไปทั่วป่า ด้วยประการฉะนี้.
พระโพธิสัตว์ดำรงอยู่ตราบสิ้นอายุขัย ได้ไปตามยถากรรม.
พระบรมศาสดาก็ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่
ในบัดนี้เท่านั้น ที่พระเทวทัตเป็นคนอกตัญญู ถึงในกาลก่อน