Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 202

เล่ม มมร. 56 หน้า 202 ข้อ 74
" หมู่ญาติยิ่งมีมากได้ ยิ่งดี แม้ถึงไม้เกิด ในป่า เป็นหมวดหมู่ได้เป็นดี (เพราะ) ต้นไม้ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แม้จะใหญ่โตเป็นเจ้าป่า ย่อม ถูกลมแรง โค่นได้ " ดังนี้ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมฺพหุลา ความว่า ญาตินับ แต่ ๔ คน ชื่อว่า มาก แม้ยิ่งกว่านั้น ขนาดนับร้อย นับพัน ชื่อว่ามากมูล เมื่อหมู่ญาติมากมายอย่างนี้ ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย กันอยู่ ก็ยิ่งดี คืองดงาม ประเสริฐสุด ศัตรูหมู่อมิตรจะกำจัด ไม่ได้. บทว่า อปิ รุกฺขา อรญฺชา ความว่า อย่าว่าแต่ชุมชนที่ รวมกันเป็นหมู่มนุษย์เลย แม้ถึงต้นไม้ที่เกิดในป่าที่มีมากมาย ตั้งอยู่โดยอาการต่างฝ่ายต่างค้ำจุนสนับสนุนกันเป็นการดีแท้ เพราะแม้ถึงต้นไม้ทั้งหลาย ก็ควรจะได้เป็นปัจจัยสนับสนุน กันและกัน. บทว่า วาโต วหติ เอกฏฺํ ความว่า ลมมีลมที่พัดมาแต่ ทิศตะวันออกเป็นต้น พัดมา จะทำให้ต้นไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่ บนเนิน เด่นโดดเดี่ยว ลำพังต้นเดียว ถอนไปได้. บทว่า พฺรหนฺตมฺปิ วนปฺปตฺตึ ความว่า ลมย่อมพัดตัดไม้ ใหญ่ แม้จะสมบูรณ์ด้วยกิ่งก้านและค่าคบ ให้หักโค่นถอนราก ถอนโคนไปได้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka