เห็นดวงจันทร์วันเพ็ญ บนพื้นนภากาศ ฉะนั้น. ครั้นฟังธรรมแล้ว
มหาเศรษฐี มีจิตผ่องใส กล่าวว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ
นิมนต์นั่งบนบัลลังก์นี้ ฉันขนมเถิดขอรับ. พระเถระเจ้ากล่าวว่า
ท่านมหาเศรษฐี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ตถาคตจักฉันขนม
ประทับนั่งในพระวิหารกับภิกษุ ๕๐๐ รูป เมื่อท่านพอใจ จง
ให้ภรรยาถือขนมและนมเป็นต้น เราจักไปสู่สำนักพระศาสดา
ท่านเศรษฐี ถามว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ เดี๋ยวนี้พระศาสดา
พระองค์นั้นประทับอยู่ที่ไหนเล่าขอรับ ? พระเถระเจ้าตอบว่า
พระองค์ประทับ ณ พระมหาวิหารเชตวัน ห่างจากที่นี่ ๔๕
โยชน์. ท่านเศรษฐีกล่าวว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ เราจัก
ไปไกลถึงเพียงนี้ โดยไม่ให้ล่วงเวลาภัตได้อย่างไรเล่าขอรับ ?
พระเถระเจ้ากล่าวว่า ก่อนมหาเศรษฐี เมื่อท่านมีความพอใจ
เราจะพาท่านไปด้วยกำลังฤทธิ์ของตน หัวบันไดที่ปราสาทของ
ท่าน จักปรากฏ ณ ที่ตั้งของตนทีเดียว แต่ที่สุดแห่งบันได จัก
อยู่ซุ้มพระทวารแห่งพระวิหารเชตวัน เราจักพาท่านไปพระ-
วิหารเชตวัน ด้วยระยะเวลาเพียงเท่ากาลที่ลงจากปราสาทชั้นบน
มาสู่ปราสาทชั้นล่าง ท่านเศรษฐีรับคำว่า ดีแล้วขอรับ ท่าน
ผู้เจริญ.
พระเถระเจ้าก็อธิษฐานว่า ศีรษะบันไดจงอยู่ที่เดิม เชิง
บันไดจงมีที่ซุ้มพระทวารพระวิหารเขตวันเถิด. การก็ได้เป็น
ดังคำอธิษฐานของพระเถระเจ้านั่นแหละ ด้วยอาการอย่างนี้