พระนครพาราณสี กระทำตนเองเป็นผู้ปรนนิบัติ ยกเขาขึ้นหน้า
หยุดยืนที่ประตูพระราชฐาน ให้กราบทูลพระราชา ครั้นได้รับ
พระบรมราชานุญาตว่า พากันมาเถิดแล้ว ทั้งสองคนก็เข้าไป
ถวายบังคมพระราชาแล้วยืนอยู่ ครั้นมีพระราชดำรัสว่า เจ้า
ทั้งสองพากันมาทำไม ภีมเสนจึงกราบทูลว่า ข้าพระองค์เป็น
นายขมังธนู ทั่วพื้นชมพูทวีป จะหานายขมังธนูที่ทัดเทียมกับ
ข้าพระองค์ไม่มีเลย. รับสั่งถามว่า ดูก่อนพนายเจ้าได้อะไรถึง
จักบำรุงเรา ? กราบทูลว่า เมื่อได้พระราชทรัพย์พันกระษาปณ์
ทุก ๆ กึ่งเดือน จึงจะขอเข้ารับราชการ พระเจ้าข้า. รับสั่งถามว่า
ก็บุรุษนี้เล่าเป็นอะไรของเจ้า ? กราบทูลว่า เป็นผู้ปรนนิบัติ
พระเจ้าข้า. รับสั่งว่า ดีละ จงบำรุงเราเถิด. จำเดิมแต่นั้น ภีมเสน
ก็เข้ารับราชการ แต่ราชกิจที่เกิดขึ้นแล้ว พระโพธิสัตว์จักทำ
แต่ผู้เดียว.
ก็โดยสมัยนั้น ที่แคว้นกาสี ณ ป่าแห่งหนึ่ง มีเสือร้าย
สะกัดทางสัญจรของพวกมนุษย์ จับเอาพวกมนุษย์ไปกิน
เสียเป็นอันมาก. ชาวเมืองพากันกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระ-
ราชา. พระราชารับสั่งให้ภีมเสนเข้าเฝ้า ตรัสถามว่า พ่อคุณ
พ่ออาจจักจับเสือตัวนี้ได้ไหม ? ภีมเสนกราบทูลว่า ขอเดชะ
ข้าพระองค์ไม่อาจจับเสือได้ จะได้ชื่อว่า นายขมังธนูได้อย่างไร ?
พระราชาพระราชทานรางวัลแก่เขาแล้วทรงส่งไป เขาไปถึง