Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 33

<< | หน้าที่ 33 | >>
{๗๙} [๗๙] คราวใด ชาวบ้านถูกปล้น ฝูงโคถูกเชือด

บ้านเรือนถูกเผาวอดวาย ผู้คนถูกเกณฑ์ไป

คราวนั้น ลูกที่ถูกแม่ทอดทิ้ง

จึงมาตีกลองจนอึกทึกครึกโครม

ขรัสสรชาดกที่ ๙ จบ


๑๐. ภีมเสนชาดก (๘๐)


ว่าด้วยท่านภีมเสนชอบคุยโวโอ้อวด


(จูฬธนุคคหบัณฑิตโพธิสัตว์กล่าวตำหนิภีมเสนผู้คุยโวโอ้อวดว่า)

{๘๐} [๘๐] ภีมเสน คำที่ท่านข่มขู่คุยโวไว้ในตอนแรก

แต่ภายหลังท่านถึงกับปัสสาวะราด

คำคุยโวถึงการรบและความกระสับกระส่ายของท่าน

ทั้ง ๒ อย่างนี้ช่างไม่สมกันเลย

ภีมเสนชาดกที่ ๑๐ จบ


วรุณวรรคที่ ๘ จบ


รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ


๑. วรุณชาดก ๒. สีลวนาคชาดก

๓. สัจจังกิรชาดก ๔. รุกขธัมมชาดก

๕. มัจฉชาดก ๖. อสังกิยชาดก

๗. มหาสุปินชาดก ๘. อิลลิสชาดก

๙. ขรัสสรชาดก ๑๐. ภีมเสนชาดก

๑ ลูกที่ถูกแม่ทอดทิ้ง หมายถึงลูกที่ทำชั่ว เป็นคนหน้าด้าน เพราะขาดหิริโอตตัปปะ ชื่อว่าไม่มีแม่ ถึงแม่ ยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ไม่ตั้งอยู่ในฐานะเป็นลูก(ถูกตัดแม่ตัดลูก) (ขุ.ชา.อ. ๒/๗๙/๑๕๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka