สู่ที่เฝ้า เมื่อจะกลับบ้านได้หยิบเหรียญกษาปณ์ ๑ อันไปจาก
แผงของเหรัญญิกคนหนึ่ง โดยมิได้บอกกล่าวเลย. ครั้งนั้นเหรัญญิก
มิได้พูดอะไรกับท่าน เพราะความเคารพในพราหมณ์คงนั่งเฉย
รุ่งขึ้นหยิบไปสองเหรียญ เหรัญญิกคงนิ่งเฉยเหมือนกัน ในวันที่
สาม คว้าไปเต็มกำเลย ครั้งนั้นเหรัญญิกก็พูดกับท่านว่า วันนี้
เป็นวันที่สามที่ท่านฉกชิงเอาทรัพย์สินของพระราชาไป พลาง
ตะโกนบอก ๓ ครั้งว่า เราจับโจรฉกชิงทรัพย์สินของพระราชา
ไว้ได้แล้ว ครั้งนั้น มนุษย์ทั้งหลายต่างวิ่งมาคนละทิศทาง รุมพูด
กะพราหมณ์ว่า ท่านแสร้งประพฤติเหมือนผู้มีศีลมานานจน
ป่านนี้ ดังนี้แล้ว ต่างก็ติเตียน สอง-สามที จับมัดไปแสดงแก่
พระราชา. พระราชาทรงร้อนพระทัย ตรัสว่า ดูก่อนท่านพราหมณ์
เหตุไรเล่าท่านจึงทำกรรมของผู้ทุศีลเช่นนี้ แล้วตรัสว่า พวกเจ้า
ไปเถิด จงลงพระราชอาญาแก่พราหมณ์. พราหมณ์กราบทูลว่า
ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระองค์มิใช่โจรดอก พระเจ้าข้า พระราชา
รับสั่งถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุไรท่านจึงหยิบเหรียญกษาปณ์
ไปจากแผงแห่งพระราชทรัพย์เล่า ? พราหมณ์กราบทูลว่า
ขอเดชะ ที่ข้าพระองค์กระทำไป ในเมื่อพระองค์ทรงยกย่อง
ข้าพระองค์อย่างยิ่งเช่นนี้นั้น ก็เพื่อจะทดลองว่า พระราชาทรง
ยกย่องเรายิ่งนัก เหตุทรงอาศัยสมบัติมีชาติเป็นต้นหรืออย่างไร
หรือว่าทรงอาศัยศีล ก็และบัดนี้ ข้าพระองค์ทรงทราบโดย
แน่นอนแล้ว เพราะที่ทรงพระกรุณาโปรดให้ลงพระราชอาญา