Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 56 หน้าที่ 301

เล่ม มมร. 56 หน้า 301 ข้อ 86
ได้คิดว่า แม้พวกงูที่ไม่กัดใคร ไม่เบียดเบียนใคร ก็ได้ชื่อว่ามีศีล ได้ จะป่วยกล่าวไปใยถึงพวกที่เป็นมนุษย์ในโลกนี้ ศีลเท่านั้น ที่ชื่อว่าสูงสุด สิ่งอื่นที่จะยิ่งไปกว่าศีลนั้นไม่มี. ครั้นมนุษย์นำตัว ไปแสดงแด่พระราชาแล้ว พระราชาตรัสถามว่า พ่อคุณ นี้เรื่อง อะไรกัน ? พวกราชบุรุษกราบทูลว่า ขอเดชะ โจรฉกชิงพระ- ราชทรัพย์ พระเจ้าข้า รับสั่งว่า ถ้าเช่นนั้น พวกเจ้าจงกระทำ ตามพระราชอาญาแก่เขาเถิด พราหมณ์กราบทูลว่า ข้าแต่ มหาราช ข้าพระองค์มิใช่โจรดอก พระเจ้าข้า. เมื่อรับสั่งว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมถึงได้หยิบเอาเหรียญกษาปณ์ไปเล่า ? จึงกราบทูลเรื่องราวทั้งมวล โดยนัยที่มีในเรื่องก่อนนั่นเอง แล้ว กราบทูลว่า ด้วยเหตุนี้ ข้าพระองค์นั้นตกลงใจแล้วว่า ในโลกนี้ ศีลเท่านั้นสูงสุด ศีลเป็นประธาน แล้วกราบทูลว่า ข้อนี้ยกไว้ ก่อนเถิดพระเจ้าข้า แม้แต่อสรพิษไม่กัดใคร ไม่เบียดเบียนใคร ยังได้ชื่อเสียงว่ามีศีลได้เลย แม้เพราะเหตุนี้ ศีลเท่านั้นสูงสุด ศีลประเสริฐ เมื่อจะสรรเสริญศีล กล่าวคาถานี้ว่า :- ได้ยินว่า ศีลเป็นคุณชาติงามเป็นเยี่ยม ในโลก จงดูงูใหญ่ มีพิษร้ายแรง เป็นสัตว์มีศีล เหตุนั้น จึงไม่เบียดเบียนใคร. ดังนี้ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีลํ กิเรว ได้แก่ศีลคือมารยาท กล่าวคือ ความไม่ล่วงละเมิดนั่นเอง. บทว่า กิร ความว่า พระโพธิสัตว์กล่าวตามที่ได้ยินมา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka